เหล่านี้ตกไปยังร่างของลู่เฉิน แต่ทำลายไปเพียงเจ็ดร้อยกว่าชั้น ส่วนที่เหลือนั้นยังคงไม่ถูกทำลาย
สิ่งนี้ทำให้กานจิ่วเม่ยรู้สึกตื่นเต้น “น่าสนใจนัก!”
ชายหนุ่มเห็นท่าทางของนางดูราวกับผู้ที่ชอบการ ‘รบ’ ดังนั้นเขาจึงแอบยิ้มอยู่ในใจ “หญิงสาวผู้นี้…”
แต่ภายนอกนั้น ลู่เฉินยังคงฉีกยิ้ม “ครั้งที่หนึ่งเจ้าได้ใช้ไปแล้ว”
“ไม่เป็นไร ยังเหลืออีกสองครั้ง!” กานจิ่วเม่ยพูดจบ ปราณกระบี่สีน้ำเงินรอบกายจึงมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังกล่าวเตือนลู่เฉินออกไปว่า “เจ้าหนุ่ม ทางที่ดีเจ้าควรจะเปิดการป้องกันให้มากที่สุด มิเช่นนั้นเมื่อปราณกระบี่เหล่านี้ตกลงมาก็อาจปลิดชีวิตเจ้าได้”
“เจ้ารีบเข้ามาเถิด” ลู่เฉินไม่สนใจ
กานจิ่วเม่ยเพียงโบกมือ ปราณกระบี่เหล่านั้นก็ลอยไปตกอยู่บน ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน
กานจิ่วเม่ยคิดว่าเช่นนี้แล้วน่าจะทำให้การป้องกันของลู่เฉินพังทลายลงได้
เพียงแต่ครั้งนี้ ทำลายไปเพียงเก้าร้อยกว่าชั้นเท่านั้น
“ฮึ ยังไม่พังทลายอีก?” กานจิ่วเม่ยเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งพูดออกมาอย่างเสียมิได้ “ศิษย์พี่กาน ท่านเหลือเพียงโอกาสครั้งสุดท้ายแล้ว”
“ครั้งเดียวก็เพียงพอ!” กานจิ่วเม่ยกางฝ่ามือทั้งสองออก รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์บนร่างกายจึงสว่างวาบขึ้น
เห็นเพียงแขนทั้งสองข้างมีแสงสีน้ำเงินสว่างออกมา
จากนั้น รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้ก็หลอมรวมกระบี่สีน้ำเงินขึ้นมาสองเล่ม
เมื่อชายหนุ่มเห็นเช่