“เจ้าอยู่แค่ขั้นหลอมแก่นแท้ ไม่ใช่ผู้อ่อนแออย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าก็คือผู้พิทักษ์ที่นี่?”
“ใช่ กู่ซานชิง!”
“แม้แต่นามยังมีความเกี่ยวข้องกับภูเขานี้ หรือนี่จะไม่ใช่นามที่แท้จริงของเจ้า?” ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ
“สำคัญด้วยหรือ?”
“ไม่สำคัญหรอก แต่ข้าต้องการขึ้นไปบนภูเขาลูกนี้ ย่อมต้องเอาชนะเจ้าให้ได้ ดังนั้นต้องทำความเข้าใจให้มากเสียหน่อยจึงจะดี” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
“เอาชนะข้า? เจ้ากำลังฝันอยู่หรือ?” อีกฝ่ายรู้สึกว่าลู่เฉินคือชายประหลาดผู้หนึ่ง
“เพียงแค่ลองก็จะได้รู้แล้ว”
เมื่อพูดจบ ลู่เฉินก็ก้าวไปบนภูเขาทีละก้าว และขณะที่กำลังเข้าจะเข้าไปยังม่านหมอกนั้น เงาร่างมากมายรอบ ๆ พลันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และยังมีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาราวกับเงาสะท้อนของกระจก
ลู่เฉินหัวเราะ“ความเร็วนี้ก็ไม่แย่”
“ในเมื่อรู้เช่นนี้ เจ้ายังกล้าพูดจาโอหังหรือ?” จู่ ๆ คนผู้นั้นก็มายืนอยู่ด้านหลังลู่เฉินพลางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ชายหนุ่มหมุนตัวไป จึงได้เห็นชายที่สวมเสื้อเกราะและหน้ากากสีทอง ในมือยังถือกระบี่สีทองไว้และกำลังใช้กระบี่ชี้มายังตน
เห็นเพียงกระบี่นี้ส่งเสียงประหลาด ราวกับจะลอยออกไปพุ่งทะลุกายเนื้อของลู่เฉิน
แต่ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว อีกทั้งยังยิ้มพลางมองคนผู้นี้ “ข้ายอมรับว่าเจ้าเก่งกาจนัก แต่ลำพังพลังข้าในตอนนี้ หากคิดจะเอาชนะเจ้านั้นนับว่ายากยิ่งนัก แต่ข้าก็มีวิธีอื่นในการจัดการเจ้า”
“เจ้า? ขั้นหลอมแก่นแท้?