ภูเขาเดียวดาย?”
“หลงซวงมาจากที่นั่น”
“ว่าอย่างไรนะ?” ปรมาจารย์หยวนตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง
ชายหนุ่มไม่อยากอธิบายให้มากความ จึงให้ปรมาจารย์หยวนนำทางไป
ปรมาจารย์หยวนจึงทำได้เพียงนำทางลู่เฉิน
ระหว่างการเดินทางนั้น ปรมาจารย์หยวนก็บรรยายถึงผู้พิทักษ์เหล่านั้นต่าง ๆ นานา
จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินและปรมาจารย์หยวนก็ได้มาถึงยังด้านหน้าภูเขาลูกหนึ่ง ด้านหน้าของภูเขามีศิลาถูกสลักไว้ ด้านบนมีตัวอักษรที่ถูกสลักไว้ว่า ‘ภูเขาเดียวดาย’
ขณะเดียวกัน ขั้นบันไดบนภูเขานั้นมีเขตแดนกึ่งโปร่งแสงค่อย ๆ กะพริบสว่างอยู่ที่นั่น ปรมาจารย์หยวนจึงแนะนำว่า “เมื่อเข้าไปแล้วก็จะพบกับผู้คนที่ต้องการประลอง แต่เจ้าต้องคิดให้ดี ผู้คนที่ถูกท้าประลองเหล่านี้อยู่ในกลุ่มของยอดฝีมือ”
“ไม่เป็นไร” เมื่อชายหนุ่มพูดจบก็เดินไปตรงหน้าเขตแดน จากนั้นเขาก็นำมือไปสัมผัส เพียงพริบตาเดียวทั้งร่างก็หายไปจากตรงนั้นทันที
ปรมาจารย์หยวนมองลู่เฉินที่หายตัวไปจากตรงนั้นราวกับสิ่งประหลาด แล้วจึงพูดขึ้นว่า “ช่างบ้ายิ่งนัก!”
…
หลังจากที่ลู่เฉินทะลุผ่านเขตแดนเข้ามาแล้ว เขาก็ปรากฏตัวบนบันไดที่รกร้างนี้ และบันไดนี้ยังยืดสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ในระยะสิบก้าวยังเป็นผืนหมอกบดบังอยู่
ลู่เฉินเดินขึ้นบันไดไปด้วยความแปลกใจ
แต่เดินได้เพียงไม่กี่ก้าว น้ำเสียงอันน่าเกรงขามก็ดังสะท้อนขึ้นมารอบ ๆ บันไดนี้ “ที่นี่ไม่ต้อนรับผู้อ่อนแอ!”
“ผู้อ่อนแอ?”