ร้นามให้ข้าเถิด”
“เจ้า แน่ใจหรือ?” เลี่ยเย่าเทียนจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ
ลู่เฉินขานรับ “ใช่”
เลี่ยเย่าเทียนจึงทำได้เพียงนำแผ่นป้ายสีขาวออกมา จากนั้นจึงพูดกับลู่เฉินว่า “เจ้าเพิ่มพลังปราณเข้าไปเถิด มันจะหลอมรวมกับเจ้าเอง หลังจากนี้จะถือว่าเป็นคนไร้ภูเขาของหุบเขาลึก”
ลู่เฉินนำมันขึ้นมาและเพิ่มพลังปราณเข้าไป หลังจากที่เลี่ยเย่าเทียนแนะนำเส้นทางของภูเขาเดียวดายอย่างคร่าว ๆ ก็พูดกับชายหนุ่มอีกประโยคว่า “สิ่งที่ควรทำ ข้าทำไปหมดแล้ว สามารถปล่อยข้าไปได้แล้วหรือยัง?”
“ยังเร็วเกินไปนัก!”
“เช่นนั้น เจ้ายังต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?” เลี่ยเย่าเทียนร้อนใจ
“อย่ารีบร้อนนัก หลังจากนี้ค่อยว่ากันเถิด” เมื่อลู่เฉินพูดจบจึงเดินออกไปจากที่นี่
เลี่ยเย่าเทียนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร จึงทำได้เพียงถอนหายใจและเดินออกไป
เพียงไม่นานลู่เฉินก็กลับไปถึงด้านนอกของตำหนักทดสอบวิญญาณ และเมื่อฟ่านหลงเห็นลู่เฉินก็รีบพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “ศิษย์พี่ ดูนั่น!”
“ดูสิ่งใด?” ชิงอีถงรู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก
ฟ่านหลงชี้ไปยังลู่เฉิน “เขา”
ชิงอีถงจึงรีบลงจากหลังคาทันที เมื่อพบกับลู่เฉิน ดวงตาทั้งสองข้างก็เบิกกว้างขึ้น “เจ้าไม่เป็นอันใดหรือ?”
ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นมองไปยังชิงอีถงก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นก็ไม่สนใจอีกฝ่าย และเดินออกไปจากที่นี่ทันที
ชิงอีถงคิดว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้หนีออกมา ดังนั้นจึงรีบเข้าไปหาอาจารย์ของตน แต่