ินตรงไปหาอีกฝ่าย จากนั้นจึงเอ่ยถามว่า “เหตุใดพวกเจ้าจึงต้องจัดข้าไว้ลำดับสุดท้าย?”
“เมื่อเจ้าสัมผัสไปยังรูปปั้นหินนั่น ก็จะรู้ว่าเพราะเหตุใด” เสียงนั้นตอบกลับ
ชิงอีถงที่อยู่อีกด้านหนึ่งแสยะยิ้มชั่วร้าย
ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งวางลงบนรูปปั้นหิน จึงเกิดชั้นแสงสีดำสว่างขึ้นมารอบกายเขาทันที จากนั้นลู่เฉินจึงได้ยินเสียงดังเบา ๆ ออกมา และเสียงนี้เป็นเสียงประหลาดที่สามารถพรากวิญญาณของผู้คนไปได้ ทำให้คนผู้นั้นไม่รู้ว่าตนกำลังทำสิ่งใด
แต่วิญญาณของลู่เฉินมีความแข็งแกร่งมากและผ่านโลกมาเยอะ ดังนั้นเสียงนี้จึงไม่สามารถทำอะไรเขาได้
แต่เมื่อเสียงนี้ผ่านไป จู่ ๆ ลู่เฉินก็ไปปรากฏตัวอยู่บนยอดเขา รอบข้างมืดสนิท มีเพียงบนท้องฟ้าที่มีแสงสีขาวอ่อน ๆ แสงสีขาวที่ส่องสว่างอยู่ตรงนั้นพูดขึ้นว่า “เจ้าคือผู้ใด?”
น้ำเสียงนี้ดูเหมือนกำลัง ‘เค้นถาม’ ลู่เฉินอยู่
ชายหนุ่มจึงตอบกลับไป ‘ตรง ๆ ’ ว่า “ลู่เฉิน”
“เจ้ามาทำสิ่งใดที่หุบเขาลึก?”
“ได้ยินว่าหุบเขาลึกนี้มีความแข็งแกร่ง และยังสามารถเรียกเคล็ดวิชาภูตได้มากมาย ข้าจึงลองมาดู” ชายหนุ่มตอบ
น้ำเสียงนั้นคิดว่าลู่เฉินคง ‘ถูกหลอก’ จึงเอ่ยถามต่อไปว่า “เจ้าและปรมาจารย์หยวน รู้จักกันได้อย่างไร?”
“รู้จักกันในภูเขาวิญญาณแตกสลาย”
“โอ้? ภูเขาวิญญาณแตกสลาย? เช่นนั้น เจ้าไม่ได้ถูกก้อนหินที่ภูเขานั่นฆ่าตายหรือ?”
“ข้าไม่ได้ขึ้นไปบนภูเขา แต่พบเขาที่เชิงเขา” คำพูดของชายหนุ่มนั้น แม้แ