หลงแสยะยิ้มอย่างชอบใจ
“โอ้? ทดสอบวิญญาณ?”
“ใช่ มันคือการนำความทรงจำของเจ้ามาค่อย ๆ ตรวจสอบดู” ในรอยยิ้มของฟ่านหลงนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ประหลาด ราวกับมั่นใจว่าลู่เฉินจะต้องมีปัญหาแน่นอน
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร แต่ฟ่านหลงกลับพูดพร่ำต่อไป “อันใดกัน? กลัวแล้วหรือ?”
ลู่เฉินยังคงเดินไปตามทางของตนเรื่อย ๆ
ฟ่านหลงเผยรอยยิ้มประหลาด “กลัวก็ถูกแล้ว เพราะตำหนักทดสอบวิญญาณนี้ อาจารย์ของข้าเป็นผู้ควบคุม ถ้าหากตัวเขาคิดว่าเจ้ามีปัญหา เช่นนั้นเจ้าก็ต้องมีปัญหาแน่!”
“โอ้? คิดจะทำเรื่องไม่ดีหรือ?” เมื่อลู่เฉินได้ยินประโยคดังกล่าว ก็ราวกับได้ยินเสียงหัวเราะบางอย่าง
“ใช่ ทำเรื่องไม่ดี แล้วอย่างไรหรือ? มีปัญหาใดหรือ?” ฟ่านหลงฉีกยิ้ม
“เช่นนั้น ทางที่ดีข้าขอเตือนเจ้าว่าให้ระวังไว้ หากถึงเวลานั้นเกิดปัญหาใดขึ้น ข้าไม่รับผิดชอบ!” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ฟ่านหลงรู้สึกตลก
ไม่เพียงเท่านั้น ฟ่านหลงยังชี้ไปยังลู่เฉินพลางยิ้มเย็นชา “ได้ เจ้ามีความแข็งแกร่ง หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นอย่าขี้ขลาดก็แล้วกัน!”
พูดจบ ฟ่านหลงก็ตะโกนดังขึ้นและเดินนำไปด้านหน้า
….
เพียงไม่นานก็มาถึงยอดเขา ยอดเขานี้มีศิษย์ของโถงรายนามจำนวนไม่น้อยคอยรักษาความเรียบร้อยอยู่ ส่วนลู่เฉินและคนอื่น ๆ ถูกนำตัวไปยังด้านนอกของสถานที่ที่เรียกว่าตำหนักทดสอบวิญญาณ
เขาเห็นด้านนอกตำหนักนี้เป็นสีดำ ดูแล้วแปลกประหลาดยิ่งนัก
คนเหล่านั้นที่มาพร้อมกับลู่เฉินจึงเริ่