ธีมาสร้างความลำบากใจให้เจ้าแน่”
ชายหนุ่มกลับแสยะยิ้ม “เช่นนั้น ทางที่ดีคือเจ้าอย่าให้เขามายุ่งกับข้า”
“ว่าอย่างไรนะ? อย่าให้เขามายุ่งกับเจ้า? ข้าคิดว่าลืมมันไปเสียเถิด เขาคงจะต้องหาโอกาสจัดการเจ้าแน่!” ปรมาจารย์หยวนรีบส่ายศีรษะปฏิเสธทันที
ลู่เฉินไม่ค่อยสนใจนัก เขามองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าหุบเขาลึกนี้เป็นสถานที่เช่นไร
แต่เพราะการมองเห็นนั้นถูกจำกัด จึงมองเห็นสถานการณ์ได้เพียงในระยะร้อยก้าวเท่านั้น และยังไม่สามารถออกไปได้ง่าย ๆ ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นหากไม่ใช่ภูเขาก็เป็นผืนป่า
จนกระทั่งมาถึงเชิงเขา ฟ่านหลงจึงฉีกยิ้มพลางมองไปยังปรมาจารย์หยวน “เจ้าไม่สามารถขึ้นไปบนภูเขาลูกนั้นได้แล้ว”
ปรมาจารย์หยวนรู้ว่าภูเขาทุกลูกนั้นมีอำนาจไม่ให้ผู้อื่นขึ้นไปได้ ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “ทางทีดีเจ้าควรเตือนอาจารย์ของเจ้า อย่ายั่วยุเขา มิเช่นนั้นพวกเจ้าอาจจะเสียใจ!”
ฟ่านหลงเผยรอยยิ้มเย็นชา “บ้าไปแล้ว!”
เมื่อพูดจบ ฟ่านหลงจึงเดินนำทุกคนออกไป
ถนนเล็ก ๆ บนภูเขานี้ ฟ่านหลงเดินเคียงข้างลู่เฉินพลางเอ่ยเยาะเย้ยว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่คิดว่าเมื่อผ่านการประเมินแล้วจะสามารถเข้าร่วมหุบเขาลึกได้ใช่หรือไม่?”
“แล้วไม่ใช่อย่างนั้นหรือ?”
“หลังจากนี้ยังมีอีกหนึ่งด่านคือตำหนักทดสอบวิญญาณ ภายในนั้นจะตรวจสอบความทรงจำของเจ้า เมื่อถึงเวลานั้น หากคิดไม่ดีต่อหุบเขาลึกเพียงเล็กน้อย พวกเราก็มีอำนาจที่จะฆ่าเจ้าได้ทันที” ฟ่าน