รอก่อนเถิด!”
จากนั้นวิญญาณของชิงอีถงจึงเริ่มกลายเป็นแสงสีน้ำเงินและเลือนรางไปในที่สุด
“เช่นนี้ยังคิดจะหนีหรือ?” ลู่เฉินรู้สึกคาดไม่ถึงเล็กน้อย
เพราะพลังวิญญาณของอีกฝ่ายนั้นถูกควบคุมไว้ เหตุใดจึงสามารถหนีได้
ลู่เฉินจัดการอารมณ์ของตน และคิดจะดึงจิตกลับไปเพื่อดูว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ดังนั้นเพียงไม่นาน จิตของลู่เฉินจึงกลับมายังกายเนื้อ และทำลายชั้นน้ำแข็งรอบ ๆ
เมื่อทุกคนเห็นลู่เฉินได้สติขึ้นมาจึงเริ่มถกเถียงกัน “ดูนั่น เขาฟื้นแล้ว!”
“เขาไม่เป็นไร?” มีคนสงสัย
และผู้ที่ถูกครอบครองร่างเมื่อครู่นั้นยังคงถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้นราวกับได้ตายไปแล้ว จนกระทั่งชายหนุ่มนำมือข้างหนึ่งไปวางไว้บนชั้นน้ำแข็งของเขา จากนั้นแทรกจิตเข้าไป จึงพบเรื่องแปลกประหลาดบางอย่าง นั่นก็คือไม่พบวิญญาณของอีกฝ่าย
สิ่งนี้จึงทำให้ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ
และในขณะนั้นเอง ชิงอีถงที่นั่งอยูใต้ต้นไม้ก็ลืมตาขึ้นมาทันที ใบหน้าของเขาซีดเผือด และมีเลือดไหลออกมาจากจมูก
ฟ่านหลงเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจ “ศิษย์พี่ เกิดอันใดขึ้น?”
“ข้าถูกเขาหลอก” ชิงอีถงกัดฟันตอบกลับ
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะสามารถกลับไปยังร่างที่แท้จริงได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ ฟ่านหลงจึงพูดด้วยความร้อนใจขึ้นมา “หมายความว่า ท่านพ่ายแพ้ให้แก่เขา?”
“ข้าต้องรักษาบาดแผลเสียก่อน” ชิงอีถงไม่อยากพูดอะไรมากนัก จึงหมุนตัวและออกไปจากที่นี่
ลู่เฉินนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนคนอื่น ๆ ไม่กล้าทำอ