มตีเขาได้
ลู่เฉินรู้สึกสงสัยขึ้นมา “ของพวกนี้มีดวงตาอย่างนั้นหรือ?”
แต่เขาก็ไม่กล้าหยุด จึงเดินไปยังด้านหลังภูเขา
ก้อนหินเหล่านี้ตามไปอย่างบ้าคลั่ง แต่ชายหนุ่มมีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก เพียงไม่นานจึงไปถึงด้านหลังภูเขา จากนั้นก้อนหินก็ไม่ตกลงมาอีก
“ภูเขาวิญญาณแตกสลายนี้ ช่างน่าสนใจนัก” ชายหนุ่มหมุนตัวไปมองภูเขาลูกนี้ และไม่ได้จากไปในทันที
เพราะลู่เฉินอยากไปดูภายในภูเขาว่าแท้จริงแล้วมีสิ่งใดอาศัยอยู่
แต่เขาต้องป้องกันไม่ให้ก้อนหินเหล่านี้ ‘จ้องมอง’ มายังตนเองก่อน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงยืนครุ่นคิดอยู่บริเวณเชิงเขาครู่หนึ่ง แล้วจึงนำศิลาวิญญาณออกมาหนึ่งชิ้น จากนั้นจึงสลักอักขระยันต์ที่มองไม่เห็นไว้บนศิลาวิญญาณนี้
สิ่งที่เรียกว่าอักขระยันต์ที่มองไม่เห็นนั้น ก็คือทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถสัมผัสได้ถึง ‘กลิ่นอาย’ ของมัน ทำให้มันดูเหมือนเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่งเท่านั้น
“น่าจะไม่มีปัญหาใด!” เมื่อทำเสร็จแล้ว ลู่เฉินจึงมองไปศิลาวิญญาณนี้ จากนั้นจึงหายเข้าไปภายในภูเขาอีกครั้ง
ศิลาวิญญาณวางอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้รับความเสียหายใดจริง ๆ และไม่ถูกภูเขาลูกนี้ ‘ดูดวิญญาณ’ ไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ ลู่เฉินก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก จึงเริ่มสลักอักขระยันต์ที่มองไม่เห็นคล้ายกันบนร่างกายของตน จากนั้นชายหนุ่มจึงเริ่มเดินขึ้นภูเขาไป
เห็นได้ชัดว่าไม่มีก้อนหินตกลงมาจากภูเขาอีก และพลังปราณภายในร่างกายของเขาก็