ดว่าข้าสู้พวกเขาไม่ได้หรือ?”
“พวกเขามีพลังปราณแข็งแกร่งมาก แต่จิตวิญญาณของพวกเขาไม่แข็งแกร่งเท่าเจ้า!” ปีศาจเฒ่าสามารถตัดสินได้ว่าอีกฝ่ายเป็นบุคคลที่มีจิตวิญญาณแข็งแกร่ง แต่พลังปราณกลับไม่แข็งแกร่ง
“ไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยตอนนี้เจ้าก็ไม่อาจหนีจากสายตาของข้าได้” ลู่เฉินมองนางด้วยรอยยิ้ม
เมื่อรู้ว่าไม่มีที่ซ่อนแล้ว ปีศาจเฒ่าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “ได้ ข้าจะทำข้อตกลงกับเจ้า แต่เจ้าจะทนได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้า!”
“อันใดนะ? กลัวข้าจะทนไม่ไหวหรือ?”
“ข้าเป็นต้นไม้วิญญาณ และพลังวิญญาณของข้าก็แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดามาก!”
“แล้วอย่างไร?” ชายหนุ่มไม่คิดเช่นนั้น
ปีศาจเฒ่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำสัญญา และยอมจำนนต่ออีกฝ่าย ครั้นเห็นดังนั้น ลู่เฉินก็เก็บคาถาสยบภูตผีและกุ่ยเจี๋ยเข้าไป จากนั้นก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ยามนี้พวกเราคุยกันได้แล้วสินะ?”
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินไม่เป็นอันใด ปีศาจเฒ่าก็แสดงความประหลาดใจออกมา แต่นางก็ไม่สามารถต้านทานได้ ดังนั้นนางจึงได้แต่อธิบายอย่างเชื่อฟังว่า “คนในหุบเขาลึกเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาวิญญาณแบบหนึ่ง และเคล็ดวิชาวิญญาณแบบนั้นก็สามารถทำให้พวกเขารวบรวมอาวุธวิญญาณได้ ตัวอย่างเช่นมีดวิญญาณ และกระบี่วิญญาณ”
ลู่เฉินนึกถึงมีดวิญญาณที่หลงซวงใช้ และถามด้วยรอยยิ้มว่า “แล้วเกี่ยวอันใดกับเจ้า?”
“กลิ่นอายและความสามารถของข้านั้น เชี่ยวชาญในการสะกดจิตผู้คน และวิชาวิญญาณของพ