ลู่เฉินไม่ตอบ แต่กลับไปเข้าภายในปราการวิญญาณอีกครั้ง และขณะที่หลงซวงกำลังอ่อนแอลงนั้น ชายหนุ่มก็ได้ใช้คำสาปภูต
เมื่อหลงซวงเห็นว่าตนถูกอีกฝ่าย ‘ซุ่มโจมตี’ นั้น ก็บันดาลโทสะขึ้นมา “รนหาที่ตาย!”
แต่ตอนนี้หลงซวงไม่สามารถหลุดพ้นได้ เพราะพลังวิญญาณของเขานั้นอ่อนแอลงไปเป็นอย่างมาก จึงทำได้เพียงโมโหเท่านั้น “สารเลว!”
ลู่เฉินไม่อยากพูดไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเพิ่มตราประทับวิญญาณลงบนร่างของหลงซวงทันที
หลงซวงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถามด้วยความโมโห “เจ้าทำสิ่งใดกับข้า?”
“มันคือตราประทับวิญญาณ และมันสามารถควบคุมเจ้าได้”
“ควบคุมข้า? เจ้าฝันไปเถิด!” หลงซวงยังคงไม่เชื่อ
ลู่เฉินยิ้ม “เช่นนั้น เจ้าอยากลองสัมผัสมันหรือไม่?”
หลงซวงไม่คิดอยากลอง จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้!”
พูดจบ หลงซวงจึงเริ่มเผาไหม้ ‘วิญญาณ’ ของตน
ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนที่ไม่กลัวตายเช่นนี้ จึงเพียงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง “ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็ขออวยพรให้เจ้าสมความปราถนา”
ลู่เฉินพูดจบก็ปล่อยให้ตราประทับวิญญาณกลืนกินอีกฝ่ายลงไป จนในที่สุดความทรงจำของอีกฝ่ายก็ไหลเข้าสู่วิญญาณของเขา
แต่ชายหนุ่มพบว่าความทรงจำส่วนใหญ่ของชายผู้นี้หายไป
“ไม่สมบูรณ์?”
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น เพราะเขาคาดเดาว่าเมื่อครู่ชายผู้นี้อาจจะลบความทรงจำบางส่วนออกไปแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่เขาได้รับก็จะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือพูดได