ูกทำลายลง แต่เมื่อลู่เฉินกำลังจะถูกฆ่า เขาก็กลายเป็นมนุษย์กระดาษไปทันที
ในตอนแรกคนตระกูลหั่วต่างก็ตกตะลึงเมื่อมองไม่เห็นลู่เฉิน แต่หลังจากนั้นกลับเห็นเขาปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณอื่น จึงยิ่งทำให้แต่ละคนเกิดความรู้สึกแปลกใจ
หั่วลั่งพูดด้วยความสับสน “ช่างเก่งกาจเสียจริง”
ผู้นำตระกูลหั่วกะพริบตา “นี่ยังเป็นขั้นหลอมแก่นแท้หรือ?”
แต่คุณชายฟางเอ๋อไม่สนใจ ยังกางมือทั้งสองข้างออก จากนั้นทั้งร่างจึงกลายเป็น ‘ต้นไม้’ ต้นหนึ่ง ทั้งร่างของเขามีเถาวัลย์ยาวออกมา และพันรัดร่างกายลู่เฉินไว้ทันที
แต่คุณชายฟางเอ๋อไม่ได้บดขยี้อีกฝ่ายในทันที เพราะกลัวว่าเขาจะกลายเป็นมนุษย์กระดาษอีกครั้ง ดังนั้นจึงกักขังลู่เฉินไว้พลางตะโกนขึ้นมาว่า “ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าหนีไปได้!”
เมื่อเห็นคุณชายฟางเอ๋อมีท่าทางเช่นนี้ ชายหนุ่มก็แสยะยิ้มออกมา “ดูเหมือนผลมารเหมันต์นี้จะคล้ายเมล็ดพืช และเมล็ดพืชนี้ได้หยั่งรากภายในร่างกายเจ้าแล้ว!”
“เพียงแค่สามารถฆ่าเจ้าได้ ไม่ว่าจะเป็นอันใดก็ไม่สน!” คุณชายฟางเอ๋อแค่นเสียง จากนั้นเถาวัลย์ที่พันรัดลู่เฉินไว้จึงเริ่มกลายเป็นสีดำ และแผ่กระจายกลุ่มไอสีดำออกมาพันรัดชายหนุ่มเอาไว้
หั่วลั่งร้อนใจขึ้นมา “ท่านพ่อ ไอสีดำเหล่านั้นคือสิ่งใดกัน?”
ผู้นำตระกูลหั่วมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ว่ากันว่า ผู้ที่กินผลมารเหมันต์ลงไปนั้น แม้จะได้รับพลังที่พิเศษ แต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน และผลข้างเคียงนี้ก็คือการผลิตพิษบางอย