เตา “บุตรศักดิ์สิทธิ์ ท่านรีบให้เขาหยุดซะ มิเช่นนั้น ท่านอารองของข้าได้ไร้ซึ่งขั้นพลังแน่!”
“หรือว่าเจ้ากำลังลืมกฎการท้ารบของพวกเขาเมื่อครู่ไปเสียแล้ว?” ฝานเตาย้อนถาม
“กฎใดกัน?”
“ท่านอารองของเจ้าเป็นผู้ท้ารบ ถ้าหากพ่ายแพ้ ถึงแม้จะไม่มีค่ายกลนี้ ขั้นพลังของเขาก็ต้องถูกทำลาย และนี่เป็นกฎของการท้ารบ” ฝานเตาพูดจบก็ทำให้ฟางคงรู้สึกสับสนทันที
ส่วนบนลานประลองนั้น คุณชายฟางเอ๋อเริ่มกลายเป็นชายชรา เพราะพลังปราณภายในร่างกายของเขากำลังค่อย ๆ แห้งเหือดไป
สิ่งนี้ทำให้คุณชายฟางเอ๋อหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ “เจ้าหนุ่ม ข้ายอมแพ้ได้หรือไม่?”
“ยอมแพ้แต่ก็ยังต้องถูกทำลายพลังปราณ” เมื่อลู่เฉินพูดจบ คุณชายฟางเอ๋อก็มองไปยังอีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้น
จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อคุณชายฟางเอ๋อกลายเป็นชายชราผมขาว ค่ายกลนี้จึงหยุดลง
“เจ้า!” คุณชายฟางเอ๋อมองไปยังลู่เฉินด้วยความโกรธแค้น เขาแทบทนไม่ไหวที่จะบดขยี้อีกฝ่ายให้ตาย
ฟางคงรีบวิ่งมาข้างกายคุณชายฟางเอ๋อ จากนั้นประคองเขาไว้พลางพูดขึ้น “ท่านอารอง พวกเราไปกันก่อนเถิด”
ฟางคงกลัวว่าลู่เฉินจะลงมือ ดังนั้นจึงหวาดกลัวจนคิดจะพาคุณชายฟางเอ๋อออกไปเสียก่อน แต่ฝานเตากลับเดินมาตรงหน้าฟางคงพลางพูดขึ้นว่า “ในเมื่อท่านอารองของเจ้าพ่ายแพ้ให้เขา หมายความเขามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นแขกคนสำคัญได้!”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฟางคงมองอีกฝ่ายที่ขวางตนไว้ด้วยความตื่นตระหนก
“ดูถูก