ฟานเตากำลังจะลงมือ น้ำเสียงหนึ่งจึงดังขึ้นมา “หยุด!”
ทุกคนจึงมองไปตามเสียงนั้น และได้เห็นคนผู้หนึ่งสวมชุดคลุมสีแดงเพลิงลงมายังพื้นดินพอดี คนผู้นี้ดูมีท่าทางอายุราว ๆ ห้าสิบถึงหกสิบปี แต่กลับศีรษะโล้น และยังมีใบหูขนาดใหญ่
เมื่อฟางคงเห็นเช่นนั้นก็ราวกับตนได้เห็นผู้ช่วยชีวิต จึงรีบตะโกนขึ้นมาทันที “ท่านอารอง!”
บริเวณรอบ ๆ เกิดความคึกคักขึ้นมาทันที ทั้งยังมีเสียงพึมพำออกมา “คุณชายฟางเอ๋อออกมาแล้ว”
“คุณชายฟางเอ๋อเก็บตัวอยู่มิใช่หรือ?”
“คาดว่าเรื่องในครั้งนี้จะเป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น ฝานเตาจึงมองไปยังคนผู้นั้น “คุณชายฟางเอ๋อ ท่านควรจะรู้กฎของลัทธิกระบี่สวรรค์”
“ข้าย่อมรู้ดี แต่อันดับแรก เจ้าหนุ่มผู้นี้เป็นแขกคนสำคัญของลัทธิกระบี่สวรรค์ได้อย่างไร!” คุณชายฟางเอ๋อพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ท่านหมายความว่า ข้าตั้งใจอ่อนข้อให้หรือ?” ฝานเตาราวกับเข้าใจบางอย่างจึงย้อนถาม
คุณชายฟางเอ๋อจึงพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ลิทธิกระบี่สวรรค์นี้ ถ้าหากมีผู้อาวุโสท่านใดสงสัยถึงตัวตนของแขกคนสำคัญ สามารถร้องขอกลุ่มผู้อาวุโสเปิดฉากท้ารบได้ และกลุ่มผู้อาวุโสสามารถเลือกผู้อาวุโสท่านหนึ่งไปประลองกับแขกคนสำคัญผู้นั้นได้ ถ้าหากแขกคนสำคัญผู้นั้นพ่ายแพ้ เช่นนั้นตัวตนของอีกฝ่ายก็ถือว่าไม่นับ!”
จบประโยคนั้น ทั่วบริเวณจึงเกิดความคึกคัก
หั่วลั่งร้อนใจขึ้นมา “คุณชายฟางเอ๋อ ท่านกำลังคิดจะรังแกผู้