น้อยหรือ?”
“ผู้นำลัทธิไม่อยู่ เรื่องที่บุตรศักดิ์สิทธิ์มอบสถานะแขกคนสำคัญให้ผู้อื่นนั้น ข้ามีความคลางแคลงใจ ดังนั้นในกลุ่มผู้อาวุโส มีเสียงเกินกว่าครึ่งที่เห็นด้วยให้ข้าออกมาท้ารบกับเขาในครั้งนี้!” คุณชายฟางเอ๋อพูดจบ ก็มองไปยังลู่เฉินด้วยแววตาจริงจัง
วานรตัวใหญ่รู้สึกไม่พอใจ จึงเบิกตากว้างขึ้น
คุณชายฟางเอ๋อไม่สนใจ “ข้าเสียเวลาเปล่าจริง ๆ ที่เลี้ยงเจ้ามานานเช่นนี้!”
“เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถฆ่าเจ้าได้?” วานรตัวใหญ่โมโหจนคิดจะลงมือ
คุณชายฟางเอ๋อรู้ดีว่าลำพังตนคนเดียวนั้น ยากที่จะเอาชนะวานรตัวนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงตะโกนขึ้นมา “อีกสักครู่ ค่อยมาจัดการกับเจ้า!”
ฝานเตาที่อยู่อีกด้านหนึ่งขมวดคิ้วมุ่น “ท่านแน่ใจหรือว่าจะท้ารบกับเขา?”
“ใช่!” คุณชายฟางเอ๋อขานรับ
ฝานเตาเชื่อในทักษะของลู่เฉิน แต่เขายังคงพูดกับคุณชายฟางเอ๋อ “เช่นนั้น ท่านจำเป็นต้องรู้ ถ้าหากพ่ายแพ้ ต้องถูกทำลายขั้นพลัง!”
“ถ้าหากข้าพ่ายแพ้ ข้าจะทำลายขั้นพลังด้วยตัวเอง!” คุณชายฟางเอ๋อรู้ว่ามีเพียงวิธีนี้ ตนจึงจะสามารถท้ารบกับลู่เฉินได้
ฝานเตามองไปยังลู่เฉินและพูดด้วยความสุภาพนอบน้อม “ท่านคิดอย่างไร?”
ทุกคนต่างสงสัยว่าเหตุใดฝานเตาจึงเกรงใจชายหนุ่มมากเช่นนี้ ลู่เฉินจึงถอนหายใจออกมา “เช่นนั้นเริ่มเลยเถิด รีบรบรีบตัดสิน อย่าเสียเวลา!”
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะเห็นด้วยเช่นนี้
ฟางคงจึงหัวเราะเสียงดังขึ้นมาทันที “เจ้าหนุ่ม คุณชายฟางเอ๋อข