องเรานับว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก!”
ชายหนุ่มไม่ได้พูดสิ่งใดออกมาทั้งสิ้น คุณชายฟางเอ๋อจ้องมองลู่เฉินพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าหนุ่ม ขณะต่อสู้ ห้ามมีผู้ใดให้ความช่วยเหลือ!”
ขณะที่พูดนั้น คุณชายฟางเอ๋อมองไปยังวานรตัวใหญ่เป็นพิเศษ เขาแอบกลัวว่ามันจะเข้ามาช่วยลู่เฉิน
ลู่เฉินกลับยิ้มชั่วร้ายออกมา “จัดการเจ้า ข้าไม่จำเป็นต้องใช้มัน”
ทุกคนไม่คิดว่าชายหนุ่มจะบ้าบิ่นเช่นนี้
คุณชายฟางเอ๋อพลันยิ้มเย็นชา “เช่นนั้น ข้าจะไปรอเจ้าอยู่บนลานประลองลัทธิกระบี่สวรรค์!”
พูดจบ คุณชายฟางเอ๋อจึงลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าและออกไปจากที่นี่ ทุกคนจึงรีบตามไปยังลานประลองลัทธิกระบี่สวรรค์ทันที ส่วนฝานเตานั้นเขาทำได้เพียงนำทางลู่เฉินและพวกไปยังลานประลองที่ว่านั้น
ขณะที่กำลังเดินทาง หั่วลั่งกลับเอ่ยถามขึ้นมาพลางมองไปยังลู่เฉิน “ท่านพี่ ข้าคิดว่า ควรออกไปจากที่นี่เสียก่อน?”
“ออกไป?”
“คุณชายฟางเอ๋อน่ากลัวเพียงนั้น ถ้าหากท่านคิดจะสู้กับเขานั้น อย่างไรก็พ่ายแพ้!” หั่วลั่งไม่คิดว่าลู่เฉินจะสามารถเอาชนะคุณชายฟางเอ๋อได้
ไม่เพียงแต่หั่วลั่งเท่านั้น เจี่ยอันก็คิดว่าลู่เฉินไม่มีความสามารถมากพอ แต่ฟาเทียนและฝานเตากลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะพวกเขาต่างก็รู้ถึงพลังที่น่าหวาดกลัวของลู่เฉิน
ชายหนุ่มยกยิ้ม “เจ้าเฝ้าอธิษฐานเถิด ว่าขออย่าให้คุณชายฟางเอ๋อพ่ายแพ้จนน่าอับอายจนเกินไป!”
หั่วลั่งไม่รู้ว่าลู่เฉินเอาความมั่นใจมาจากไหน วานรตัวใหญ่น