ั่นจึงเอ่ยเตือนลู่เฉิน “ระวังคุณชายฟางเอ๋อผู้นี้ เขาเจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก”
“เพียงแค่พลังแข็งแกร่งมากพอ ไม่ว่าเขาจะเจ้าเล่ห์มากเพียงใดก็เปล่าประโยชน์” ลู่เฉินตอบกลับเพียงสั้น ๆ ทำให้หั่วลั่งและคนอื่น ๆ แทบพูดไม่ออก
ผู้คนที่มองดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็ชี้มา คิดว่าลู่เฉินกำลังเดินขึ้นไปบนลานประหาร
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ทุกคนจึงมาถึงลานกว้างบนภูเขา ที่นี่มีลานประลองอยู่เป็นจำนวนมาก
เห็นเพียงบริเวณรอบ ๆ ของทุกลานประลองมีค่ายกลล้อมอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้การโจมตีภายในส่งผลมาด้านนอก
และในขณะนั้นเอง คุณชายฟางเอ๋อได้ยืนอยู่บนกลางลานประลองที่ใหญ่ที่สุด เขามองมายังลู่เฉินพลางหัวเราะ “เจ้าหนุ่ม เข้ามาเถิด”
คนของลัทธิกระบี่สวรรค์เหล่านั้นตะโกนกู่ร้องขึ้นมา
ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มยังพบว่าในมุมมืดนั้น มีชายชราซ่อนตัวอยู่ไม่น้อย และชายชราเหล่านี้มีทั้งเฝ้ามองการประลอง และมีทั้งกำลังแปลกใจ
“อย่างไรกัน? ไม่กล้าเข้ามาหรือ?” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กล้าขึ้นมา ฟางคงจึงพูดกระตุ้นทันที
หั่วลั่งกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ลู่เฉินเดินขึ้นไปบนลานประลองเสียก่อน
ผู้คนบริเวณรอบ ๆ ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
“ดูนั่น เขาขึ้นไปจริง ๆ แล้ว”
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ช่างกล้าหาญนัก!”
“มีความกล้าหาญกับมีความสามารถนั้น มันคนละเรื่อง!”
“ก็ใช่!”
…
ขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดาอยู่นั้น ลู่เฉินได้เดินขึ้นบันไดไปยังทางเข้าลานประลองแล้ว ค่ายกลรอบ ๆ ลานปร