ะลองก็รีบปิดลงทันที จากนั้นคุณชายฟางเอ๋อจึงพูดด้วยความพึงพอใจ “เจ้าหนุ่ม ขึ้นมาบนลานประลองแล้ว เจ้าก็จะไม่สามารถลงไปได้”
ลู่เฉินมองไปยังค่ายกลรอบ ๆ จากนั้นจึงยิ้มออกมา “เจ้าดูคุ้นเคยกับค่ายกลนี้ดี”
คุณชายฟางเอ๋อเผยรอยยิ้มประหลาด “เช่นนั้นจะพูดกับเจ้าแบบไม่เกรงใจ ข้าเป็นปรมาจารย์ค่ายกล!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนจำนวนไม่น้อยจึงเข้าใจได้ในทันที
“อีกนิดเดียวก็จะลืมไปเสียแล้วว่าคุณชายฟางเอ๋อเป็นปรมาจารย์ค่ายกล!”
“เช่นนั้น คงจะไม่ใช่ว่าค่ายกลบนลานประลองนั่นเป็นของเขาหรอกกระมัง?”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น!”
หั่วลั่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ จึงรีบตะโกนไปยังคุณชายฟางเอ๋อทันที “คุณชายฟางเอ๋อ ท่านกำลังโกง!”
“นี่คือลานประลอง ข้าจะโกงได้อย่างไร?” คุณชายฟางเอ๋อแสยะยิ้ม
“ลานประลองนี้มีค่ายกล และเมื่อครู่จะต้องวางแผนบางอย่างกับค่ายกลนี้แน่” หั่วลั่งรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก
คุณชายฟางเอ๋อเผยยิ้มเย็นชา “หั่วลั่ง นี่เป็นการแข่งขันระหว่างข้ากับเขา เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง!”
“รังแกผู้น้อย ใช้ได้ที่ไหนกัน!” หั่วลั่งไม่พอใจ
คุณชายฟางเอ๋อไม่สนใจ เขามองไปยังลู่เฉินก่อนจะยิ้มและพูดว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าสามารถรีบยอมแพ้ได้ในตอนนี้ หรือว่าจะรอให้ข้าทำให้เจ้าตายอยู่ภายในค่ายกลนี้ดี!”