ก และหลังจากที่ฟางคงยอมรับความพ่ายแพ้ เขาก็มองไปที่วานรตัวใหญ่ “แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ!”
“เจ้าอยากตายหรือ?” เจ้าวานรตัวใหญ่ถลึงตาใส่
ฟางคงกลัวมากจนเหงื่อแตกพลั่กทันที “ข้ายอมแพ้แล้ว เจ้าวางข้าลงได้หรือยัง?”
วานรตัวใหญ่โยนฟางคงลงมา และถอยห่างออกไปทันที จากนั้นพลันจ้องมองที่ลู่เฉินและพูดว่า “แม้ว่าเจ้าจะชนะแล้ว แต่ถ้าเจ้าต้องการขึ้นไปบนภูเขานี้ เจ้าต้องผ่านค่ายกลกระบี่สังหารและเอาชนะบุตรศักดิ์สิทธิ์ให้ได้เสียก่อน!”
หั่วลั่งมองไปที่ฟางคงด้วยรอยยิ้ม “เอาศิลาของข้าคืนมา!”
ฟางคงไม่อยากให้และอยากเล่นลิ้น แต่หั่วลั่งพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มีผู้คนมากมายเฝ้าดูอยู่ที่นี่ เจ้าอยากถูกทุกคนหัวเราะเยาะไปตลอดชีวิตหรือ?”
ฟางคงมีสีหน้าดูไม่ได้ แต่ในที่สุดเขาก็ควักกล่องสีดำขนาดเล็กออกมาแล้วโยนมันออกไป
หั่วลั่งหยิบมันขึ้นมาและมองมันแวบหนึ่งก่อนจะเก็บมันเข้าไป
แต่ฟางคงกลับพูดด้วยความโกรธว่า “ฝากไว้ก่อน ข้าจะเอาคืน!”
“น่าขัน มันเป็นของข้า” คำพูดของหั่วลั่งทำให้ฟางคงตัวสั่น
แต่ฟางคงรู้ว่าทั้งหมดนี้เกิดจากลู่เฉิน จึงจ้องไปที่ชายหนุ่มแล้วเอ่ยว่า “ค่ายกลกระบี่สังหารอยู่บนภูเขาลูกนี้ กล้าที่จะไปหรือไม่?”
“นำทางสิ” ชายหนุ่มสงบมากราวกับว่าเขาไม่มีความกลัว
ฟางคงแค่นเสียงหึ และทำได้เพียงเป็นผู้นำทาง ในขณะที่ลู่เฉินเดินนำวานรตัวใหญ่ ส่วนฟาเทียนและคนอื่น ๆ ก็ตามหลังมาอีกที
หั่วลั่งเป็นกังวลเล็กน้อย และกระซิบกับลู่เฉินว่