วิหคยักษ์สีทองพูดอย่างร้อนใจว่า “ตอนนั้นข้าพบโลหิตนี้ในแดนเซียนสามสิบหกชั้น จากนั้นพลังปราณของข้าก็ถูกดูดซับโดยโลหิตนี้ และกายเนื้อของข้าก็ถูกบดขยี้ เมื่อข้าตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ข้าก็มาอยู่ที่นี่แล้ว และข้าก็ไม่สามารถไปไหนไกลได้อีก”
“โอ้? จริงหรือ?” ชายหนุ่มดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
วิหคยักษ์สีทองคิดว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อ ดังนั้นเขาจึงรีบเกลี้ยกล่อมว่า “ข้าไม่ได้จะทำให้เจ้ากลัว เจ้ารีบไปช่วยผู้หญิงคนนั้นเถอะ และกำจัดหยดโลหิตนั่นเสีย”
“ข้าขอดูก่อน” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็กลายเป็นเงาวิญญาณสายฟ้าและเข้าไปในห้วงจิตสำนึกของฉีฉีน้อย โดยอยากรู้ว่าตอนนี้นางอยู่ในสถานะใด
วิหคยักษ์สีทองซึ่งเฝ้าดูอยู่พลันบ่นว่า “บ้าไปแล้ว!”
ยามนี้ในห้วงจิตสำนึกของฉีฉีน้อยมีไอเย็นและหมอกสีขาวขุ่นราวกับว่าห้วงจิตสำนึกทั้งหมดกลายเป็นแดนหิมะน้ำแข็งอย่างไรอย่างนั้น
ไม่เพียงแค่นั้น วิญญาณของฉีฉีน้อยดูเหมือนจะหายไปได้ทุกเมื่อ
ชายหนุ่มเริ่มแสดงสีหน้าจริงจังออกมา จากนั้นก็เริ่มสัมผัสถึงฉีฉีน้อยได้
หลังจากนั้นไม่นานลู่เฉินก็พบฉีฉีน้อยในหมอกสีขาวที่ห่างไกล
เขาลอยไปยังทิศทางที่ฉีฉีน้อยอยู่
เมื่อชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายอีกครั้ง วิญญาณของฉีฉีน้อยนั่งอยู่ที่นั่น โลหิตส่องแสงออกมาแต่ดวงตาของนางกลับยังคงปิดอยู่
แต่ถ้ามองใกล้ ๆ จะเห็นว่าลำแสงโลหิตนั้นมีเงาของอสูร แต่เงาของอสูรตนนี้เลือนรางมาก และไม่สามารถมองเห็นรูปร่างของมัน