ไม่ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นเซียนอสูรเหมือนกัน แต่นางเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดข้าต้องดูแลนางด้วย?” วิหคยักษ์สีทองไม่พอใจเล็กน้อย
ลู่เฉินยกยิ้ม “นางเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ธรรมดา นอกจากนี้นางยังสามารถหลอมรวมเข้ากับโลหิตนี้ได้ ถ้านางหลอมรวมเสร็จ ในตอนนั้นเจ้าจะไม่เป็นอิสระหรือ?”
วิหคยักษ์สีทองตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วพึมพำว่า “ดูเหมือนว่าจะเข้าท่านะ”
“เช่นนั้นก็เป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว”
“แน่นอน ข้าจะปกป้องมันจนตาย!” วิหคยักษ์สีทองสาบาน
ลู่เฉินระบายยิ้มออกมา “ก็ดี ข้าไปก่อนล่ะ”
“ไปดีมาดีล่ะ!” วิหคยักษ์สีทองส่งอีกฝ่ายออกไป
และหลังจากที่ชายหนุ่มเดินออกจากห้วงจิตสำนึกนี้ วิหคยักษ์สีทองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เห็นได้ชัดว่าเขาอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น เหตุใดจิตวิญญาณของเขาถึงได้ทรงพลังเช่นนี้?”
วิหคยักษ์สีทองรู้สึกหดหู่ใจ จากนั้นก็มองไปที่ฉีฉีน้อย “แต่ถึงอย่างนั้น หญิงคนนี้กลับแปลกยิ่งกว่า”
….
ในระหว่างที่วิหคยักษ์สีทองพึมพำ ลู่เฉินก็ออกมาข้างนอกแล้ว
ฟาเทียนยิ้มให้เจี่ยอันทันทีที่เห็นลู่เฉินออกมา “ดูสิ ผู้อาวุโสออกมาแล้ว”
เจี่ยอันถอนหายใจด้วยความโล่งอก “มันน่ากลัวมาก”
ชายหนุ่มมองไปที่อาหนิวแล้วเอ่ยว่า “มานี่เถิด”
อสูรตาเดียวบินไปที่ไหล่ของลู่เฉิน จากนั้นลู่เฉินก็มองไปที่ฟาเทียนและเจี่ยอัน “ได้เวลาไปที่อื่นแล้ว”
เมื่อฟาเทียนได้ยินว่าเขากำลังจะจากไป เขาก็รู้สึกสับสน “แล้วฉีฉีน้อยล่ะ?”
เ