“จะพูดหรือไม่?” ลู่เฉินที่เห็นอีกฝ่ายงุนงงก็ถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่พูด!”
“ได้ มาต่อกันเลย!”
เช่นนี้หนึ่งคนและหนึ่งอสูรจึงเผชิญหน้ากัน จนในที่สุดวิหคยักษ์สีทองก็ประนีประนอม “โลหิตอสูรนั้นเป็นโลหิตของเซียนอสูรในตำนาน แต่มันมีพลังมหาศาล ยามที่ข้าได้มันมา ข้าก็คิดจะกลืนมันเข้าไป แต่สุดท้ายกายเนื้อก็ถูกมันทำลายแล้วหมดสติไป จนกระทั่งยามที่ตื่นขึ้นมา ข้าก็มาอยู่ที่นี่ และยังอยู่ห่างจากโลหิตนี้ไม่ได้”
“เซียนอสูรในตำนาน?” ชายหนุ่มสงสัย
“อืม!”
ชายหนุ่มอยากรู้ว่ามันคือสิ่งใด เขาจึงจ้องเขม็งมองที่วิหคยักษ์สีทองแล้วคลี่ยิ้ม “เช่นนั้นพวกเรามาทำสัญญากันเถิด เจ้าจะได้ไม่โกหก”
“สัญญาหรือ? เจ้าหยุดล้อเล่นได้แล้ว!”
“ล้อเล่น?”
“ไร้สาระ ข้าเป็นวิญญาณของเซียนอสูร ถ้าข้าทำสัญญากับมนุษย์อย่างเจ้า จะไม่ทำลายวิญญาณมนุษย์ของเจ้าหรือ?” วิหคยักษ์สีทองพูดด้วยท่าทางดูถูก
ชายหนุ่มหัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออก “เจ้าดูถูกข้าหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกเจ้า แต่วิญญาณของเซียนอสูรนั้นแข็งแกร่งกว่าวิญญาณมนุษย์มาก เมื่อทำสัญญากับมนุษย์ วิญญาณมนุษย์จะไม่อาจรับไหวแล้วตายได้” วิหคยักษ์สีทองขู่
ลู่เฉินเย้ยหยันว่า “ลองดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?”
“เจ้านี่ไม่กลัวตายเลยจริง ๆ ” วิหคยักษ์สีทองมองไปที่อีกฝ่ายอย่างสงสัย
“มาเถิด!”
“ได้! ถ้าเจ้าต้องการ ข้าก็จะตอบสนองเจ้าเอง!” หลังจากวิหคยักษ์สีทองพูดจบ เขาก็ทำสัญญากับลู่เฉิน
ตอนแรกวิหคยักษ์ส