เห็นลู่เฉินและคนอื่น ๆ จนพวกมันหนีออกไปทันที บางตัวค่อนข้างดุร้าย แต่เมื่อเห็นอาหนิวก็ยอมถอยออกไปอย่างว่าง่าย
เมื่อเป็นเช่นนั้น ลู่เฉินและคนอื่น ๆ จึงผ่านเข้าไปยังป่านี้ได้อย่างง่ายดาย จนมาถึงกลางพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะแห่งหนึ่ง
พื้นหิมะนี้ไร้ซึ่งโครงกระดูก แต่ท่ามกลางหิมะนี้สามารถมองเห็นกระแสลมวนที่กำลังหมุนอยู่ได้
เมื่อเจี่ยอันเห็นลมนั้นก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “เป็นลมหิมะที่พบได้บ่อยที่สุดในพระราชวังสินธุเหมันต์”
“ลมหิมะ?”
“ลมชนิดนี้มีไอความเย็นที่แข็งแกร่ง เมื่อเผชิญกับมัน สามารถแช่แข็งผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนได้ในทันที จากนั้นจะแตกสลายกลายเป็นกองหิมะ” เจี่ยอันชี้นิ้วไปยังเกล็ดหิมะรอบ ๆ พลางพูดขึ้น
ฟาเทียนได้ยินเช่นนั้นก็อดรู้สึกขนลุกขึ้นมาไม่ได้ “หิมะเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าเป็นร่างของมนุษย์ที่แตกสลายจนกลายเป็นหิมะหรอกนะ?”
“มีทั้งคน และอสูร แต่อย่าเข้าไปใกล้จะดีกว่า” เจี่ยอันตอบ
แต่แววตาของฉีฉีน้อยกลับดูสนใจขึ้นมา นางเดินเข้าไปทีละก้าวจนเจี่ยอันร้อนใจรีบตะโกนไปยังฉีฉีน้อย “อย่าเข้าใกล้มัน!”
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น
ฟาเทียนรู้สึกกังวลใจ “ผู้อาวุโส นางจะไม่เป็นไรหรือ?”
ชายหนุ่มจึงหันไปพูดกับพวกเขา “พวกเจ้ารอดูอยู่ที่นี่ ข้าจะเข้าไปกับนาง”
เจี่ยอันได้ยินว่าลู่เฉินต้องการเข้าไปเช่นกันจึงเบิกตากว้าง “ศิษย์พี่ลู่ นี่ไม่ใช่เรื่องตลก!”
ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร เพียงแค่ก้าวเดินตามฉีฉีน้อยไป แต่อาหนิวที่อยู่