มแปลกใจของทุกคน จึงพูดขึ้นมาว่า “ภายนอกพระราชวังนี้มีค่ายกลอยู่ และค่ายกลนี้ทำให้เกิดทิศทางลมที่แตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อเข้าไปแล้วต้องพยายามผ่านไป มิเช่นนั้นลมเหล่านี้สามารถทำให้ยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนลอยขึ้นไปบนอากาศได้ จากนั้นจะลงมาได้ยาก”
“แปลกประหลาดเพียงนั้นเชียว?” ฟาเทียนแปลกใจ
ฉีฉีน้อยก็สงสัยเช่นกัน
เมื่อเจี่ยอันขานรับแล้วจึงพูดต่อ “รอเวลาประมาณหนึ่งก้านธูป เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะพาพวกท่านทะลุผ่านเข้าไป”
“เหตุใดจึงต้องรอเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป?” ฟาเทียนไม่เข้าใจ
“ค่ายกลนี้มีกฎอยู่ ทุก ๆ ครึ่งชั่วยามก็จะหยุดพักครู่หนึ่ง และภายในระยะเวลาอันสั้นนี้ พวกเราจึงจะสามารถเข้าไปได้” เจี่ยอันอธิบายเหตุผล
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยเข้าใจได้ในทันที แต่ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาว่า “ตามข้ามา”
เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไป
เจี่ยอันเห็นเช่นนั้นก็พลันร้อนใจ “ศิษย์พี่ลู่ อย่าเด็ดขาด!”
แต่ลู่เฉินกลับเดินเข้าไปแล้ว และยังพูดขึ้นว่า “ทางที่ดีคือรีบตามมา”
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยจึงรีบตามเข้าไปทันที
เจี่ยอันยังไม่ทันตอบโต้ใด ๆ พวกเข้าก็เดินเข้าไปได้ครึ่งทางแล้ว
“ไม่เป็นไรจริงหรือ?” เจี่ยอันตกตะลึง แต่เมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้าไปได้ครึ่งทางแล้ว เขาจึงไม่กล้าหยุดเดิน จากนั้นจึงเพิ่มความเร็วฝีเท้ามากยิ่งขึ้นเพื่อเดินเข้าไปพร้อมกัน
เพียงไม่นาน ทั้งสี่คนจึงเดินมาถึงประตูทางเข้าบานใหญ่
เจี่ยอันหมุนตัวกลับไปมองเกล็ดหิมะที่ลอยอย