ยาบางอย่าง และเม็ดยานั้นก็ทำให้มันไร้ซึ่งความหวาดกลัว ขณะเดียวกันยังมีระดับความบ้าคลั่งที่เพิ่มมากขึ้น”
เมื่อทั้งสองได้ยินก็เข้าใจได้ในทันที
ฟาเทียนจึงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “ช่างน่ากลัวนัก!”
ลู่เฉินมองทั้งสองคน “ไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้น พวกเราเดินทางไปทางเหนือ เพื่อตามหาพระราชวังสินธุเหมันต์กันเถิด”
ถึงแม้ทั้งสองจะไม่รู้ว่าเหตุใดจึงต้องไปยังพระราชวังสินธุเหมันต์ แต่ก็ยังตามไปอย่างว่าง่าย
…
ภายในเมือง คนของพันธมิตรกำจัดมารไม่สามารถตามหาลู่เฉินและคนอื่น ๆ พบ นั่นจึงทำให้ปรมาจารย์สยบมารจำต้องทำให้อสูรปีศาจหายไปทั้งหมด และเมื่ออวี่ซานเส้าเห็นว่าอสูรปีศาจหายไปนั้นจึงขมวดคิ้วขึ้นมา “หายไปหมดแล้ว?”
หยวนเส่าชิงมองไปยังปรมาจารย์สยบมารด้วยความแปลกใจ
ปรมาจารย์สยบมารพยักหน้า “อืม”
หยวนเส่าชิงเอ่ยถามด้วยความสงสัยทันที “เช่นนั้น เมื่อใดจึงจะเรียกออกมาได้อีก?”
“อย่างน้อยต้องรออีกสองถึงสามวัน” ปรมาจาย์สยบมารตอบกลับ
หยวนเส่าชิงโมโหจนกัดฟันกรอด อวี่ซานเส้าพูดขึ้นมาว่า “ตามหาเจ้าหนุ่มผู้นั้นเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ปรมาจารย์สยบมารเห็นด้วย “ใช่ หาเจ้าหนุ่มผู้นั้นพบ จากนั้นจึงค่อยหาวิธีกักขังเขา ไม่ให้เขาหนีไปได้ เช่นนั้นจึงค่อยเรียกอสูรปีศาจออกมาจัดการเขา”
หวนเส่าชิงก็คิดเช่นนั้น แต่เมื่อคิดถึงความเจ้าเล่ห์ของลู่เฉิน เขาก็พลันสงสัย “พวกเจ้ามีวิธีกักขังเขาหรือ?”
อวี่ซานเส้าตอบกลับ “ข้าคิดออกอยู่วิธีหนึ่ง