ียงแกะภูตมารหดตัวลง จากนั้นก็กลายเป็นเงาสีม่วงและมาอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน
ลู่เฉินวางขวดและมองไปยังแกะที่หดตัวลง “เจ้าคิดว่าเจ้าเร็วกว่าข้าหรือ?”
“เจ้า” แกะภูตมารตกใจ
“ถ้ามันช้ากว่าข้าก็ยุ่งยากแล้ว”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็ร่ายคาถาสยบภูตผี
แกะภูตมารในสภาพวิญญาณถูกลู่เฉินเข้าไปพัวพันทันที ทำให้มันถึงกับตกใจ “เหตุใดเจ้าจึงมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นนี้”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?” ลู่เฉินยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
แกะภูตมารกระวนกระวายและเริ่มดิ้นรนด้วยวิธีต่าง ๆ และต้องการที่จะขยายตัวให้ใหญ่ขึ้น แต่มันก็ไม่สามารถหลุดพ้นออกไปได้
ส่วนสตรีที่อยู่กลางอากาศนั้น นางตกตะลึงและบ่นพึมพำว่า “ชายคนนี้สามารถบังคับแกะภูตมารได้ด้วยหรือ?”
ลู่เฉินเรียกกุ่ยเจี๋ยออกมา
ทันทีที่กุ่ยเจี๋ยเผชิญหน้ากับแกะภูตมาร มันก็ร้องออกมาไม่หยุดราวกับเจ็บปวด และพลังของกุ่ยเจี๋ยก็แข็งแกร่งขึ้นทีละน้อย
สตรีคนนั้นตกตะลึงจนตาค้าง
จนกระทั่งตอนที่แกะภูตมารหายไปอย่างสมบูรณ์ ลู่เฉินก็มองไปที่สตรีคนนั้นด้วยรอยยิ้ม “มีอันใดอีกที่อัญเชิญได้?”
นางรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา จึงหันหลังกลับและคิดจะหนีออกจากที่นี่ ในขณะที่ลู่เฉินพลันเปิดใช้งาน ‘ค่ายกล’ ที่วางไว้
ครู่ต่อมา เขตแดนโปร่งใสก็รวมตัวอยู่รอบ ๆ และนางก็ชนเข้ากับเขตแดน ‘โปร่งใส’ จากนั้นก็ต้องหยุดด้วยความเจ็บปวด และมองไปที่ชายหนุ่ม “เจ้าทำอันใดลงไป?!”
“ข้าพูดไปแล้วว่าจะวางค่ายกลเล็ก ๆ เจ้าลืมไปแล้