ลำแสงสีขาวแล้วก็ไม่เห็นสิ่งอื่น ส่วนราชาหมาป่าเหมันต์สงัดและฉีฉีน้อยนั้นเหมือนกัน นั่นคือเห็นพระราชวังเหมันต์อย่างชัดเจน
ส่วนตัวเขาเองนั้นอยู่ระหว่างทั้งสอง
“อาจเป็นเพราะพลังที่แตกต่างกันของอสูรและมนุษย์?” หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลู่เฉินก็ปรับพลังทั้งหมดให้เป็นพลังที่แผ่ออกมาจาก ‘ยาเม็ดอสูร’
ชั่วขณะหนึ่งดวงตาของลู่เฉินดูเหมือนจะมองเห็นทุกสิ่งอย่างไรอย่างนั้น
พระราชวังเหมันต์ลอยอยู่ข้างหน้าห่างออกไปไม่กี่ร้อยก้าว
“ดูเหมือนว่าพลังของมนุษย์และอสูรจะมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน” ลู่เฉินรู้สึกว่ามันแปลกเกินไป
ฉีฉียังน้อยเอ่ยอยู่ด้านข้างอย่างกระตือรือร้น “น้องชาย พวกเราไปที่นั่นกันดีหรือไม่?”
“ไปด้วยกันเถิด”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็เก็บวานรขาวตัวนั้น แล้วยืนอยู่บนหลังของราชาหมาป่าเหมันต์สงัด
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดตัวใหญ่ขึ้นมา จากนั้นก็กระโจนออกมาตามคำสั่งของลู่เฉิน ส่วนฉีฉีน้อยและฟาเทียนก็ร่อนลงบนหลังของราชาหมาป่าเช่นกัน
ลู่เฉินออกคำสั่งกับฟาเทียนว่า “บอกทุกสิ่งที่เจ้าเห็นมา”
ตอนแรกฟาเทียนมองไม่เห็น แต่หลังจากที่ค่อย ๆ เห็นแสงสีฟ้า เขาก็พูดว่า “ผู้อาวุโส ข้าเห็นมัน และมันเปล่งแสงสว่างวาบ ข้าห็นเงาของวิญญาณอสูรจำนวนนับไม่ถ้วน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็เก็บพลังของ ‘ยาเม็ดอสูร’ และเปลี่ยนเป็นพลังของมนุษย์ จากนั้นเขาก็เห็นเงาวิญญาณอสูรสีฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่ริบหรี่อยู่ตรงนั้น
ในยามนี้ฉีฉี