บทที่ 556 ภาพจิตรกรรมฝาผนังอันน่าอัศจรรย์ และพบกับ ‘เซียนขลุ่ย’
หลังจากนั้นไม่นาน ฉีฉีน้อยก็มาถึงหน้าพระราชวังเหมันต์ แต่เงาของอสูรเหล่านั้นทยอยกันเข้ามาพัวพันกับนาง และป้องกันไม่ให้นางเข้าใกล้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงโจมตีเงาวิญญาณเหล่านี้
แต่เงาวิญญาณอสูรเหล่านี้ไม่กลัวการโจมตีของฉีฉีน้อย ดังนั้นฉีฉีน้อยจึงทำได้เพียงแค่ตะโกนบอกลู่เฉินว่า “ท่านพี่! พวกนี้…”
แต่ก่อนที่นางจะพูดจบ วิญญาณอสูรเหล่านั้นก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของฉีฉีน้อยทีละตัวแล้ว
ฉีฉีน้อยรู้สึกทรมานจนดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ และในที่สุดร่างกายของนางก็เข้าสู่พระราชวังเหมันต์
มีเพียงลู่เฉินและราชาหมาป่าเหมันต์สงัดเท่านั้นที่เห็นฉากนี้
ฟาเทียนยังคงเห็นแสงสีฟ้าผืนหนึ่งแต่ไม่พบสิ่งอื่นใด ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกับฉีฉีน้อย แต่หลังจากได้ยินฉีฉีน้อยตะโกนก็ไม่มีเสียงใด ๆ เกิดขึ้น
ดังนั้นฟาเทียนจึงถามอย่างสงสัย “ผู้อาวุโส เหตุใดเสียงของฉีฉีน้อยจึงหายไปในเช่นนี้?”
“นางได้รับอิทธิพลจากวิญญาณอสูร แล้วถูกพระราชวังเหมันต์นั้นดูดหายไป” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม
“อันใดนะ?” ฟาเทียนตกใจ
เนื่องจากลู่เฉินมีพันธะสัญญากับฉีฉีน้อย ดังนั้นยามนี้เขาจึงยืนยันได้ว่าฉีฉีน้อยไม่เป็นอะไร และพูดว่า “นางไม่เป็นไร แต่เราต้องรีบแล้ว”
หลังจากพูดจบ ชายหนุ่มก็พูดกับราชาหมาป่าเหมันต์สงัดว่า “อีกเดี๋ยว ข้าจะให้พลังแก่เจ้า”
“ขอรับ นายท่าน”
หลังจา