บทที่ 552 นักบุญหญิงว่านลัวจีเสวี่ย
หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่นักบุญหญิงพูด ลู่เฉินก็หัวเราะลั่น “ข้าสามารถหลอกเจ้าได้สำเร็จด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดเจ้าจึงคิดว่าข้าหลอกเขาไม่ได้?”
นักบุญหญิงโกรธจัด “ไอ้สารเลว คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้าโกหกข้า?!”
“เจ้าต่อสู้กับข้ามาหลายครั้งแล้ว ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดคำที่ฟังดูสูงส่งเหล่านั้นอีก?” ชายหนุ่มมองไปที่นักบุญหญิงด้วยรอยยิ้ม
นักบุญหญิงคิดอยากจะหนีแต่ก็หนีไม่รอด นางจึงต้องหยุดและพยายามสงบสติอารมณ์
“ไม่หนีแล้วหรือ?” ชายหนุ่มมองนางด้วยรอยยิ้ม
นักบุญหญิงจ้องมองที่ชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่งและพูดขึ้นว่า “ถึงแม้เจ้าจะโกหกข้า แต่อย่างน้อยข้าก็มั่นใจได้อย่างหนึ่ง”
“เรื่องอันใด?”
“เจ้าไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนผู้นั้นเมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้ว!” นักบุญหญิงพูดอย่างเย็นชาหลังจากจ้องมองใบหน้าที่ดูเหมือน ‘คนแปลกหน้า’
แต่ชายหนุ่มกลับแย้มยิ้มออกมา
เพราะวิญญาณปัจจุบันของตนแตกต่างจากเมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้วมาก แต่ถึงอย่างไรเสียตนก็ฝึกฝน ‘เคล็ดวิชานพชาติหวนคืน’ วิญญาณจึงถูกแยกออกหลายส่วน ยามที่ผสานเข้าด้วยกันจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง
แต่เขาหล่อขึ้น อ่อนเยาว์ขึ้น และร้ายกาจกว่าเดิมมาก
เป็นเรื่องปกติที่นักบุญหญิงจะจำเขาไม่ได้ แต่ลู่เฉินกลับรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะพูดคุยกับนาง ดังนั้นชายหนุ่มจึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “คนผู้นั้นเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน? ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้า? หมายความว่า