นักบุญหญิงตอบกลับ
เมื่อเสวี่ยจิ่วเข้าใจแล้วจึงเผยรอยยิ้มออกมา “เช่นนั้นได้เลย รอดูข้าเถิด!”
เงาสีขาวของเสวี่ยจิ่วทะลุผ่านกายเนื้อเข้าไปภายในร่างกายของลู่เฉิน
วานรขาวที่เฝ้ามองดูอยู่อีกด้านหนึ่งรู้สึกแปลกใจ “นักบุญหญิง ท่านหมายความว่า เจ้าหนุ่มผู้นี้อาจจะถูกผู้อื่นควบคุมหรือ?”
“ข้าคิดเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ต้องรอให้เสวี่ยจิ่วยืนยันวิญญาณของเขาเสียหน่อย” นักบุญหญิงพูดอย่างระมัดระวัง
“นักบุญหญิงช่างรอบคอบยิ่งนัก!” วานรขาวพูดเยินยอ
นักบุญหญิงไม่ได้พูดอะไร เพียงรอคอยอย่างเงียบ ๆ
จากนั้นจิตวิญญาณของลู่เฉินที่อยู่ภายในพื้นที่นั้น เมื่อเสวี่ยจิ่วเข้ามาจึงพบว่าพื้นที่จิตนี้กว้างใหญ่เป็นอย่างมาก อีกทั้งรอบ ๆ ยังมืดสลัว ขณะเดียวกันยังไม่สามารถหาวิญญาณของลู่เฉินพบได้
“แปลกประหลาดนัก ข้าควบคุมวิญญาณของเขาไว้แล้วชัด ๆ เหตุใดจึงไม่สามารถสัมผัสถึงเขาได้?” เสวี่ยจิ่วรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินที่อยู่ในมุมมืดจึงหัวเราะลั่น “กว่าจะรอให้เจ้าหลงกลนั้น ข้ารอเสียนานเชียว”
เสวี่ยจิ่วหมุนตัวไปตามเสียงนั้นทันที เขาจึงได้เห็นเงาวิญญาณของลู่เฉินพอดี และอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้รับอันตรายใด ๆ แม้แต่ดวงตาทั้งสองนั้นก็ยังดูปกติ “เจ้า เหตุใดเจ้าจึงยังมีสติอยู่?”
“แสร้งทำนิดหน่อย ไม่ได้หรือ?”
เสวี่ยจิ่วมีสีหน้าไม่สู้ดีขึ้นมาทันที น้ำเสียงยังดูโกรธแค้น “เสแสร้ง?”
“มิเช่นนั้น เจ้าจะเข้ามาภายในร่างของข้าได้อย