่างไรกัน?” ชายหนุ่มยิ้ม
“เจ้าอยากให้ข้าเข้ามาภายในร่างกายเจ้า?” เสวี่ยจิ่วไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร
“ใช่”
“เพราะเหตุใดกัน?” เสวี่ยจิ่วไม่เข้าใจว่าลู่เฉินวางแผนคิดจะทำสิ่งใดกันแน่
ลู่เฉินจึงหัวเราะอย่างชั่วร้าย “ภายในพื้นที่จิตของข้านี้ ข้าคือราชันย์ ดังนั้นข้าดึงเจ้าเข้ามาข้าก็ต้องคิดจะจับเจ้าอยู่แล้ว!”
เสวี่ยจิ่วเผยรอยยิ้มเย็นชา “จับข้า? เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ?”
“เหตุใดจึงไม่ได้กัน?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าวิญญาณของข้าแข็งแกร่งเพียงใด?” เมื่อเสวี่ยจิ่วพูดจบ จึงกลายเป็นแสงสีขาวทันที คิดจะพุ่งออกไปจากพื้นที่จิตของลู่เฉิน
เพียงแต่เมื่อแสงสีขาวพุ่งออกไปนั้น กลับรู้สึกราวกับว่าเป็นพื้นที่ตรงนี้ไม่มีจุดสิ้นสุด
เสวี่ยจิ่วหวาดกลัวจนรีบหยุดลงพลางพูดขึ้นมาว่า “เจ้าไม่ใช่ขั้นหลอมแก่นแท้ เจ้าไม่ใช่ขั้นหลอมแก่นแท้แน่!”
“เรื่องนี้สำคัญด้วยหรือ?” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
เสวี่ยจิ่วพูดด้วยความโมโห “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
เห็นเพียงมือทั้งสองข้างของเสวี่ยจิ่วเคลื่อนไหว เส้นเขตแดนแสงสีน้ำเงินจึงล้อมรอบเงาวิญญาณของลู่เฉินไว้ แต่ลู่เฉินกลับหัวเราะออกมา “ในโลกของข้า เจ้ายังกล้าลงมือกับข้าอย่างนั้นหรือ?”
“สิ่งที่ข้าทำนี้เรียกว่าผูกมัดวิญญาณ ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะกำจัดข้าได้!” เสวี่ยจิ่วพูดข่มขู่ออกมา จากนั้นจึงเพิ่มพลัง ทำให้แสงสีน้ำเงินรอบเงาวิญญาณลู่เฉินยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
ชายหนุ่มกลับยิ้มออกมาอย่าง