ไม่แยแส “เช่นนั้นแล้วอย่างไรกัน?”
“คาถาเหมันต์สงัดของข้า นอกจากมีเคล็ดวิชาควบคุมมนุษย์แล้ว ยังมีเคล็ดวิชาควบคุมวิญญาณ และสิ่งนี้ก็คือพลังที่แท้จริงของเคล็ดวิชาควบคุมวิญญาณ!” เสวี่ยจิ่วเอ่ยอย่างบ้าคลั่ง
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “เคล็ดวิชาควบคุมวิญญาณของเจ้าจัดการคนธรรมดานั้นนับว่าไม่มีปัญหา แต่หากมาใช้กับข้า เช่นนั้นคงต้องขออภัยจริง ๆ”
เสวี่ยจิ่วไม่เชื่อ และยังคงเพิ่มพลังต่อไป แต่เมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินกลับไม่เป็นอันตรายใด ๆ แม้แต่น้อย
นั่นจึงทำให้เสวี่ยจิ่วรู้สึกสงสัย “แปลกประหลาดนัก เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอันใดเลย?”
“ถึงตาข้าแล้วหรือ?” ลู่เฉินมองเสวี่ยจิ่วด้วยรอยยิ้ม
เสวี่ยจิ่วเบิกตากว้างพลางตอบกลับ “ว่าอย่างไรนะ? เจ้ายังคิดที่จะจัดการข้าหรือ?”
“เหตุใดจึงไม่ได้เล่า?” ครั้นลู่เฉินพูดจบก็ปรากฏคำสาปภูตผีขึ้นมารอบด้าน และพันล้อมเสวี่ยจิ่วไว้ วิญญาณของเสวี่ยจิ่วนั้นนับว่าแข็งแกร่งจนสามารถหลุดพ้นจากคำสาปภูตผีของลู่เฉินได้ในไม่ช้า
ขณะเดียวกัน เสวี่ยจิ่วยังหัวเราะขึ้นมา “ข้าก็คิดว่าวิญญาณของเจ้าจะเก่งกาจมากกว่านี้เสียอีก”
ชายหนุ่มยกยิ้ม “อย่าดีใจไป เมื่อครู่เป็นเพียงแค่การทดสอบดูเท่านั้น”
“ทดสอบ?”
เสวี่ยจิ่วยังไม่ทันได้ตอบโต้กลับมา เส้นเขตแดนสีดำบริเวณรอบ ๆ ก็ค่อย ๆ ผูกมัดเข้าไปเสวี่ยจิ่วจึงรู้สึกสงสัย “นี่คือสิ่งใด?”
“ปราการวิญญาณ”
“ปราการวิญญาณ?” เสวี่ยจิ่วรู้สึกสับสน และขณะนั้นเอง เขตแดนผูกมั