ั่นใจ
ทุกคนต่างก็แปลกใจว่าผู้เฒ่าเสียคิดจะทำสิ่งใด
และในขณะนั้นเอง ผู้เฒ่าเสียก็ได้ใช้มือข้างหนึ่งถือตะเกียงไฟกระดูกอสูรไว้
กระดูกอสูรชิ้นนี้ดูเหมือนจะเป็นหัวกระโหลกของ ‘สิงโต’ และวิญญาณอสูรภายในนั้นก็กำลังส่งเสียงคำรามดูราวกับอยากจะพุ่งตัวออกมา
ทุกคนได้เห็นเช่นนั้นต่างก็รู้สึกแปลกใจ
เห็นได้ชัดว่าบางคนรู้ที่มาของตะเกียงกระดูกอสูรนี้ ดังนั้นจึงพูดด้วยความแปลกใจ “สิ่งนี้ คงจะไม่ใช่ตะเกียงไฟวิญญาณกระดูกอสูรนั่น”
“ใช่ คือมันตะเกียงไฟวิญญาณกระดูกอสูร!”
“ได้ยินมาว่าตะเกียงไฟนี้ผนึกวิญญาณอสูรที่แข็งแกร่งไว้เป็นจำนวนมาก และวิญญาณอสูรนี้ก็เชื่อฟังผู้เฒ่าเสีย”
“ใช่!”
จากนั้นทุกคนจึงพูดถึงเรื่องราวแปลกประหลาดต่าง ๆ ของตะเกียงไฟ
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดและฉีฉีน้อยรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะอย่างไรพวกเขาก็คืออสูร
ผู้เฒ่าเสียกลับจ้องมองไปยังลู่เฉินภายใต้หมวกไม้ไผ่ “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้ายังสามารถที่จะเลือกคุกเข่าเพื่อขอร้องอ้อนวอนได้ มิเช่นนั้นวิญญาณอสูรเหล่านี้ เพียงแค่ข้าปล่อยออกมา พวกมันทั้งหมดก็จะพุ่งไปภายในร่างกายของเจ้า”
“แม่แต่ร่างกายของข้า พวกมันก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้” ลู่เฉินตอบกลับเพียงสั้น ๆ ทำให้คนเหล่านั้นหัวเราะไม่หยุด
บางคนยังเยาะเย้ยลู่เฉินว่า “เจ้าหนุ่ม เกรงว่าเจ้าอาจจะเข้าใจผิดอยู่!”
“เข้าใจผิด?” ชายหนุ่มยิ้มชั่วร้าย
“วิญญาณอสูรในตะเกียงไฟนี้แข็งแกร่งจนไม่มีสิ่งใดเทียบได้ และยังสามารถทะล