ุผ่านสมบัติวิญญาณหรือเคล็ดวิชาป้องกันได้มากมาย ดังนั้นเจ้าจงยอมแพ้ง่าย ๆ เสียเถิด มิเช่นนั้นหากผู้เฒ่าเสียปล่อยพวกมันออกมา เจ้าคงจบเห่แน่” เตาอีมิ่งพูดข่มขู่
ชายหนุ่มอดส่ายศีรษะไม่ได้ “วิญญาณอสูรมดเพียงไม่กี่ตัวก็คิดว่าจะทำให้ข้ากลัวแล้วหรือ? เช่นนั้นพวกเจ้าคงดูถูกข้าเกินไปเสียแล้ว!”
พวกเขาคิดว่าคำพูดของลู่เฉินนั้นอวดดีเกินไป ดังนั้นต่างก็อยากให้ผู้เฒ่าเสียจัดการอีกฝ่ายให้เรียบร้อยไปเสียที
ผู้เฒ่าเสียเห็นว่าลู่เฉินยังคงหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตน เขาจึงตะโกนและโบกมือข้างหนึ่งทันที วิญญาณอสูรจำนวนมากจึงกระโดนเข้าไปหาอีกฝ่าย คิดจะพุ่งเข้าสู่ภายในร่างของเขา จากนั้นจึงแผ่กลิ่นอาย ‘อสูร’ ออกมา
วิญญาณอสูรเหล่านี้ราวกับได้พบ ‘ราชัน’ พวกมันต่างก็หยุดค้างอยู่กลางอากาศ
ตอนแรกทุกคนคิดจะดูเรื่องสนุก แต่เมื่อเห็นวิญญาณอสูรล้อมรอบลู่เฉินเอาไว้ คนเหล่านั้นก็เบิกตากว้าง
บางคนยังตกตะลึงจนพูดออกมา “นี่ เกิดอันใดขึ้น?”
“ใครจะรู้กัน!”
บางคนยังพูดด้วยความแปลกใจ “หรือตะเกียงไฟนี้จะมีปัญหาอย่างนั้นหรือ?”
ไม่เพียงแต่คนเหล่านี้ ซูเฟยก็มองไปยังผู้เฒ่าเสียเช่นกัน “ศิษย์พี่ นี่เกิดอันใดขึ้น?”
ผู้เฒ่าเสียคิดว่าตนยังควบคุมวิญญาณอสูรเหล่านี้ไม่ดีพอ จึงเรียกวิญญาณอสูรเหล่านี้กลับมาภายในตะเกียงไฟ จากนั้นเมื่อตะเกียงไฟกะพริบแล้ว เขาจึงปล่อยออกไปอีกครั้ง
แต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม เมื่อเข้าใกล้ลู่เฉินก็ค่อย ๆ ล้อมไว้ทีละ