วมกลายเป็นโล่ป้องกันเพื่อสกัดกระบี่นั้นไว้ แต่เมื่อกระบี่หมุนด้วยความเร็วขึ้นมา จึงทะลุผ่านโล่ป้องกันมาได้
ฟาเทียนตกตะลึง คิดจะไปช่วยอีกฝ่าย
ฉีฉีน้อยเพิ่มพลังบนร่างกายมากยิ่งขึ้นด้วยความร้อนใจ ทำให้กระบี่นั้นค่อย ๆ หยุดลง จนถูกแช่แข็งอยู่กลางอากาศในที่สุด
“ไอ้หยา มีความสามารถนี่นาอสูรปีศาจน้อย” เตาอีมิ่งได้เห็นพลังของฉีฉีน้อย เขาไม่เพียงแต่ไม่หวาดกลัวเท่านั้น แต่กลับพูดจาเยาะเย้ยออกมา
บางคนยังหัวเราะกับคำพูดของเตาอีมิ่ง “ศิษย์พี่เตา ท่านเคยบอกไว้ว่า เพียงกระบี่เล่มเดียวก็สามารถจัดการอสูรปีศาจห้าดาวได้ แต่บัดนี้ดูเหมือนจะไม่ได้แข็งแกร่งเช่นนั้นแล้ว!”
“นั่นเป็นเพราะข้าประมาทไปหน่อย แต่พวกเจ้าก็รู้ดีว่าข้าเพียงแค่ใช้กระบี่เล่มเดียวเท่านั้น! ถ้าหากกระบี่หลายเล่มถูกปล่อยออกจากมือไป นางจะมีชีวิตรอดไปได้อย่างนั้นหรือ?” เตาอีมิ่งพูดขึ้นมาด้วยความมั่นใจ
ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดมาก็มีเหตุผล แต่ยังมีบางคนส่งเสียงค้านขึ้นมา
กระบี่นับสิบเล่มจึงบินออกไปจากบนร่างของเตาอีมิ่งทันที จากนั้นจึงมองฉีฉีน้อยด้วยรอยยิ้ม “อสูรปีศาจน้อย เจ้าคอยดูให้ดี!”
แต่ลู่เฉินกลับส่ายหัวด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ “เล่นสนุกกันพอหรือยัง?”
“เจ้าหนุ่ม หากไม่อยากตายก็จงไสหัวไปซะ!” เตาอีมิ่งหยิบกระบี่เล่มหนึ่งขึ้นมาเลียก่อนจะเบิกตากว้าง