มแก่นแท้คนหนึ่ง มีเรื่องใดหญ่โตหรือ?”
ฟาเทียนพูดข่มขู่ “ผู้อาวุโสสามารถเอาชนะคนของจวนเหมันต์อุดรและหอวังอัสนีได้ พวกเจ้าพูดว่าเรื่องใหญ่อันใดอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ทุกคนก็หัวเราะเสียงดัง และต่างก็คิดว่าฟาเทียนนั้นเพียงพูดตลกเท่านั้น และชายหนุ่มผู้ชอบเลียกระบี่ผู้นั้นก็หัวเราะขึ้นมา “ข้าผู้นี้ในพระราชวังอสูรเหมันต์ ถูกขนานนามว่ามือกระบี่อันดับหนึ่งเตาอีมิ่ง!”
ฟาเทียนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีที่มาที่ไปอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่รู้ว่าพระราชวังอสูรเหมันต์คือที่ใด แต่กลับพูดขึ้นเพียงสั้น ๆ ว่า “หากพวกเจ้าไม่อยากตาย จงถอยออกไปให้หมด”
ทุกคนจึงรู้สึกตลกขึ้นมาอีกครั้ง บางคนถึงกับพูดเยาะเย้ยขึ้นว่า “หลวงจีน ถ้าหากข้าเป็นเจ้าก็คงจะรีบหนีไปแล้ว!”
“หลวงจีน รู้หรือไม่ว่าพระราชวังอสูรเหมันต์นั้นคือสถานที่ใด?”
“หลวงจีน รู้หรือไม่ว่าพระราชวังอสูรเหมันต์เคยสังหารอสูรปีศาจที่ดุร้ายมามากเพียงใด?”
“หลวงจีน พระราชวังอสูรเหมันต์เป็นพรรคกักกันอสูรที่ใหญ่ที่สุดในเหมันต์อุดรแดนทักษิณา!”
…
ไม่ว่าคนเหล่านี้จะพูดคำใหญ่คำโตเช่นไร ฟาเทียนก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว ฉีฉีน้อยกลับอดไม่ได้ที่จะแผ่กระจายพลังปราณของตนออกไป “ผู้ใครคิดจะจับข้า ข้าก็จะทำให้มันผู้นั้นตาย!”
เตาอีมิ่งยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่กระบี่ในมือของเขาจะกลายเป็นแสงสีทองพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว
ฉีฉีน้อยก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน กระแสความเย็นได้หลอมร