ต่อไป
ขณะนั้นเอง ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดก็ตัวหดเล็กลง เขาดูเหมือนหมาป่าตัวน้อยอย่างไรอย่างนั้น
แต่เมื่อเข้าไปในเมืองก็พบว่าภายในเมืองขนาดเล็กนี้มีผู้ฝึกฝนอยู่เป็นจำนวนมาก พวกเขาจ้องมองมายังลู่เฉิน และแต่ละคนก็ดูเหมือนนักล่า บนร่างกายมีคราบเลือดของอสูรติดอยู่ไม่น้อย
เมื่อฟาเทียนเห็นคนเหล่านี้ก็รู้สึกแปลก ๆ “ผู้อาวุโส คนเหล่านี้”
“ไม่ต้องสนใจพวกเขา” ลู่เฉินไม่สนใจพวกเขา และเดินตามทางของตนต่อไป
แต่เมื่อลู่เฉินและคนอื่น ๆ ก้าวเข้าไปนั้น คนหล่านี้พลันวิ่งออกมาจากรอบทิศทางเพื่อมาล้อมลู่เฉินเอาไว้ หนึ่งในนั้นยังเอาลิ้นเลียกระบี่สีทองที่มีคราบเลือดติดอยู่ จากนั้นพูดขึ้นมาว่า “หากคิดจะเข้าไปละก็ จงทิ้งอสูรศักดิ์สิทธิ์และอสูรปีศาจไว้ที่นี่”
“เพื่ออันใด?” ฟาเทียนมองไปยังชายวัยกลางคนที่ถือกระบี่สีทองไว้ในมือทันที
ชายวัยกลางคนผู้นี้มีหนวดมีเครา บริเวณรอบเอวนั้นมีกระบี่สีทองเหน็บไว้เป็นจำนวนมาก แต่ในมือนั้นกลับถือไว้เพียงกระบี่เล่มเดียว
ทันใดนั้นเอง ชายผู้นี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา “เพื่อสิ่งใดหรือ?”
คนอื่น ๆ ต่างก็หัวเราะขึ้นมาเสียงดัง
ฟาเทียนรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย “หัวเราะอะไรกัน?”
“หลวงจีน รู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?” อีกฝ่ายเลียกระบี่ในมือพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็ต้องรู้ว่าผู้อาวุโสคือใคร?” ฟาเทียนชี้นิ้วไปยังลู่เฉิน
ชายหนุ่มเลียกระบี่ผู้นั้นเผยรอยประหลาดออกมา “เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นหลอ