ยออกมาจากพื้นที่จิตวิญญาณของอีกฝ่าย จากนั้นจึงนำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา นำวิญญาณที่ถูกยันต์ผนึกไว้ปล่อยเข้าไปภายในกู่ฉินนี้ จากนั้นจึงมองไปรอบ ๆ “ผู้ที่ผนึกเขาและจอมมารหญิงผู้นั้นไว้อยู่ที่ใดกัน?”
ฟาเทียนพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “ผู้อาวุโส คนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณนี้พูดสิ่งใดกันหรือ?”
ชายหนุ่มส่ายศรีษะก่อนจะพูดขึ้นว่า “นี่เป็นเพียงอีกร่างของเขา และเขายังทำลายการรับรู้ของร่างวิญญาณไปทั้งหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น…”
“ยิ่งไปกว่านั้นอย่างไรหรือ?” ฟาเทียนสงสัย
“ความสามารถในการขโมยความทรงจำของข้า ไม่สามารถใช้กับวิญญาณของเขาได้” ลู่เฉินตอบด้วยท่าทางสลด
“ว่าอย่างไรนะ?” ฟาเทียนไม่คิดว่าคนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณจะน่ากลัวเพียงนี้
ฉีฉีน้อยรู้สึกแปลกใจ “เช่นนั้น ศิษย์พี่หญิงผู้นั้นล่ะ?”
“ตอนนี้ร่องรอยยังไม่ชัดเจนนัก” ชายหนุ่มตอบกลับ
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยตกใจขึ้นมา ลู่เฉินจึงมองไปยังจักจั่นอัสนี “เจ้าแน่ใจหรือไม่ หลังจากที่พวกเขาเข้าไปภายในนี้แล้วก็ไม่ได้ออกมาอีกเลย?”
“อืม!” จักจั่นอัสนียืนยันเช่นเดิม
ลู่เฉินหลับตาลง อย่างไรก็ตามที่นี่ไม่มีกลิ่นอายของอวิ๋นซวนซวนอยู่เลย มันมีเพียงกลิ่นอายบางอย่างของหัวหน้าค่ายผู้นี้เท่านั้น คิ้วทั้งสองข้างของชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน “ไม่มีเหตุผล”
ฟาเทียนพูดขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ “ผู้อาวุโส เป็นอะไรไปหรือ?”
“ที่นี่มีเพียงกลิ่นอายคนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ และไม่มีแม้แต่กลิ่นอ