ายของจอมมารหญิงอยู่เลย” ชายหนุ่มพูดขึ้นมาด้วยท่าทางนิ่งเรียบ
“ไม่มีสักนิดเลยหรือ?” ฟาเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสัมผัสไปบริเวณรอบ ๆ แน่นอนว่าไม่มีแม้แต่ร่องรอยใด ๆ ของหญิงสาว ราวกับว่านางไม่เคยมาที่นี่แม้แต่เพียงครั้งเดียว
ไม่เพียงแต่ฟาเทียนเท่านั้น ฉีฉีน้อยก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาเช่นกัน
ลู่เฉินแน่ใจยิ่งขึ้น เมื่อพบว่าไม่พบร่องรอยใด ๆ จึงใช้ร่างวิญญาณภายในกู่ฉินนั้นยืนยันตำแหน่งของร่างที่แท้จริงอีกฝ่าย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ร่างที่แท้จริงของชายผู้นั้นอยู่ทางตอนเหนือ พวกเราเพียงแค่เดินทางต่อไปทางเหนือก็พอ”
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยขานรับ จากนั้นจึงเดินออกจากถ้ำหิมะนี้ไปพร้อมกับชายหนุ่ม
ทว่าใครจะคิดว่าเมื่อออกมาด้านนอกถ้ำหิมะแล้ว ผืนป่าที่อยู่รอบ ๆ นี้กลับหายไป
“เมื่อครู่ยังมีป่าอยู่ เหตุใดตอนนี้จึงไม่มีแล้ว?” ฟาเทียนตกตะลึง
ฉีฉีน้อยกระโจนขึ้นไปบนอากาศ มองไปรอบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “แม้แต่ต้นไม้สักต้นก็ไม่มี!”
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ “ดูเหมือนว่า บริเวณรอบ ๆ นี้จะมีค่ายกลอำพรางอยู่”
“ค่ายกลอำพราง?” ฟาเทียนตาโตด้วยความตกตะลึง
“อืม และยังเป็นระดับสูง ถ้าหากไม่ดูให้ดีจะพบได้ยากนัก” เมื่อลู่เฉินพูดจบเขาก็เดินไปบริเวณรอบ ๆ ส่วนฟาเทียนและคนอื่น ๆ ก็เดินตามไป
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินจึงหยุดเดิน จากนั้นหันไปพูดกับฉีฉีน้อย “ข้าจะบอกสถานที่ให้เจ้า อีกสักพักเจ้าบินขึ้นไปแล้วใช้พลังโจมตีก็พอ”
“อื้ม!” ฉ