นสร้างรากฐานทั้งสองคน
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็บอกทั้งสองคนว่า “ไป เรียกศิษย์ทุกคนที่ออกจากจวนเหมันต์อุดรกลับมา และให้พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่นอกเขตต้องห้ามนี้ซะ!”
ทันทีที่เปล่งคำพูดเหล่านี้ออกมา ทั้งสองก็เข้าใจทันทีว่าลู่เฉินกำลังจะทำอะไร ดังนั้นพวกเขาจึงพยักหน้าคำนับแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นซวนซวนเดินไปที่ด้านข้างของลู่เฉิน และพูดจาแปลก ๆ ว่า “เจ้ายังต้องการใช้จี้เป่ยเสวี่ยอีกหรือไม่?”
“จี้หยกนี้ เมื่อรวมกับพลังของเจ้า มันได้ผลดีมาก ดังนั้นหากมีคนมาจากจวนเหมันต์อุดรมากขึ้น พลังของจี้หยกนี้ก็จะแข็งแกร่งขึ้น” ชายหนุ่มอธิบาย
หลังจากได้ยินประโยคนนี้ อวิ๋นซวนซวนก็หยิบจี้หยกออกมาและพูดว่า “จี้หยกนี้เกี่ยวข้องอันใดกับผู้คนในจวนเหมันต์อุดรกันแน่!”
“เดาว่าเพื่อควบคุมลูกศิษย์ของจวนเหมันต์อุดร จึงทำให้วิญญาณของพวกเขาเชื่อมโยงกับสมบัติวิญญาณนี้” ลู่เฉินก็สงสัยเช่นกัน
“เชื่อมโยง?”
“เมื่อมีสมบัติวิญญาณ ขอแค่สร้างความเชื่อมโยงต่อกัน ก็สามารถยืมพลังของบุคคลนั้นได้ ทว่ามีระยะเวลาจำกัด” ลู่เฉินอธิบาย
อวิ๋นซวนซวนตระหนักได้ทันที
และในยามนี้เอง ภูเขาซากศพเริ่มสั่นสะเทือน และในเวลาเดียวกันเสียงของสมบัติวิญญาณน้อยก็ยิ่งแสดงความโกรธมากขึ้น “พี่ใหญ่ ผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งเกินไป ข้าเกรงว่าอีกเดี๋ยวภูเขาจะถูกเขาโจมตี”
“เข้าใจแล้ว” หลังจากลู่เฉินพูดจบ เขาก็ขอให้อวิ๋นซวนซวนรออยู่ที่นี่ จากนั้นเขาก็เข้าไปในภูเ