้อย่างไร?” บางคนคิดว่าเขาอุกอาจเกินไปแล้ว
“นี่มันการป้องกันบ้าอันใดเนี่ย?”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งเข้ามาถามอยู่ด้านข้างผู้นำจวนว่า “เสี่ยวหลิว ภูมิหลังของชายผู้นี้เป็นอย่างไร? เหตุใดเขาที่ดูเหมือนอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ แต่ความสามารถในการป้องกันและพลังการต้านยาพิษของเขาถึงแข็งแกร่งเพียงนี้”
เมื่อเผชิญกับคำถามนี้ ผู้นำจวนก็รู้สึกหดหู่ใจเช่นกัน “ข้าก็ไม่รู้ว่าเบื้องหลังของเขาว่าเป็นมาอย่างไร”
“ไม่รู้?” ชายชราผู้นั้นดูจริงจัง
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็ไม่มีความสุขเช่นกัน
ผู้นำจวนกล่าวว่า “เขาฆ่าพวกเราไปหลายคนแล้ว ข้าหวังว่าผู้อาวุโสทุกคนจะต้องกำจัดเขาให้ได้ มิฉะนั้นผู้คนคงจะหัวเราะเยาะจวนเหมันต์อุดรของเรา”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ผู้อาวุโสทั้งหกมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครในหกคนเคลื่อนไหว ลู่เฉินจึงถามว่า “อันใด? ไม่จัดการต่อหรือ?”
ผู้อาวุโสหนึ่งในนั้นเริ่มร้อนรน “ใช้ค่ายกลหกเทวะเถิด!”
อีกห้าคนพยักหน้า จากนั้นทั้งหกคนก็หายไปทันที หลังจากรู้ว่าทั้งหกคนกำลังจะออกแรง ผู้นำจวนก็จ้องมองไปที่อีกฝ่ายและหัวเราะ “พ่อหนุ่ม มาดูกันว่าค่ายกลหกเทวะจะฆ่าเจ้าอย่างไร!”
ค่ายกลหกเทวะ?
ลู่เฉินไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด แต่จนกระทั่งพวกเขาสำแดงมันออกมา ลู่เฉินจึงรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าค่ายกลหกเทวะคือการรวมวิญญาณหลักของทั้งหกคน จากนั้นจึงสร้างพื้นที่ประหลาดขึ้นแล้วล่อลู่เฉินไปที่นั่น
สภาพแวดล้อมรอบลู่เฉินพลันมืดลงทั