ัวใหญ่ถึงเพียงนี้?” ลู่เฉินมองหัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
ซากศพนั้นใช้มือข้างหนึ่งจับเขาไว้อีกครั้งราวกับจับมด และมือนั้นยังสามารถยืดหดได้ด้วย
ลู่เฉินถูกอีกฝ่ายคว้าตัวขึ้นมาทันที จากนั้นก็ถูกมนุษย์ร่างยักษ์นี้จับไปยังตำแหน่งที่อยู่ห่างจากอีกฝ่ายเพียงห้าก้าวเท่านั้น
จากนั้นซากศพนั่นก็ใช้ตาสีเขียวมองชายหนุ่มอย่างพิจารณา ปากยังพูดออกมาเพียงหนึ่งคำ
“ตาย!”
ไม่นานนัก จมูกก็พ่นลมหายใจสีเทาออกมามากมาย
ลมหายใจสีเทามีไอซากศพที่มีความหนานแน่นเป็นอย่างมาก
แต่ลู่เฉินไม่ได้ถูกกัดกร่อนแต่อย่างใด เขาใช้เพียงฝ่ามือข้างเดียวดูดกระแสอากาศเหล่านี้เข้าไป
ดวงตาสีเขียวคู่นั้นกะพริบปริบ ๆ ราวกับกำลังตกตะลึงที่ได้พบของเล่นชิ้นใหม่อย่างไรอย่างนั้น ขณะจ้องมองมาด้วยความสงสัย ในตอนนั้นเองก็มีเสียงกลองศึกดังขึ้นมารอบ ๆ
ท่ามกลางเสียงกลองศึกนั่น มีน้ำเสียงที่อ่อนแอของผู้นำจวนดังแทรกขึ้นมา “สังหารเขาซะ!”
“สังหารเขา…” ซากศพยักษ์นี้พูดตามราวกับว่าจิตวิญญาณได้รับผลกระทบ
ลู่เฉินเห็นเช่นนั้นก็ฉีกยิ้มกว้าง “ที่แท้ก็อาศัยเสียงในการกระตุ้นมัน”
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมีความคิดว่าจะใช้กู่ฉินเพลิงโบราณ จึงทะยานออกห่างไป แล้วเขาก็ใช้เสียงบรรเลงกู่ฉินก่อกวนเสียงกลองศึก ทำให้ซากศพยักษ์นี้ตกอยู่ในอาการงุนงงราวกับเป็น ‘หุ่นเชิด’
ผู้นำจวนที่อยู่ในมุมมืดร้อนใจขึ้นมา “สารเลว หยุดมือ!”
“หยุด? เจ้าคิดว่าเป็นไปได้อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินกระโดดออก