มาหลุดพ้นจากฝ่ามือซากศพนี้ จากนั้นก็วิ่งตามแขนของซากศพ ตรงไปยังหัวไหล่ของซากศพด้วยความรวดเร็ว
เห็นเพียงหัวไหล่ของซากศพเหมือนกับไหล่ที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก ตอนนั้นเอง ชายหนุ่มใช้เสียงบรรเลงของกู่ฉินทำให้ซากศพอยู่ในอาการสงบลง เพื่อให้มันหลับตาทั้งสองข้าง ตกอยู่ในอาการ ‘หลับลึก’ ไป
ผู้นำจวนพูดด้วยความโมโห “เจ้า เจ้าทำสิ่งใดกับมัน!”
“เจ้าคงไม่คิดว่ามีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถควบคุมซากศพผ่านเสียงดนตรีได้?” ลู่เฉินหัวเราะ
“เจ้า!” ผู้นำจวนคล้ายบื้อใบ้กล่าวสิ่งใดไม่ออก
จากนั้นลู่เฉินก็ควบคุมเสียงบรรเลงกู่ฉินอีกครั้ง ซากศพนี้จึงนั่งย่อตัวลง และนอนลงไปช้า ๆ จนในที่สุดก็นอนหลับใหลอยู่ภายใน ‘พื้นที่’ นี้
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังบีบเลือดสองสามหยดออกมาจากปลายนิ้วของตน และค่อย ๆ วาดอักขระยันต์บางอย่างบนร่างของซากศพนี้สองถึงสามจุด
“เจ้าทำสิ่งใดกับมัน?” ผู้นำจวนเริ่มร้อนใจขึ้นมา
“ยันต์ผนึกศพ!”
“ยันต์ผนึกศพ?”
“ใช่ หากมีอักขระยันต์นี้ ก็จะมีเพียงข้าที่สามารถควบคุมมันผ่านเสียงดนตรีได้ และเสียงดนตรีของผู้อื่นจะไม่มีผลใดกับมัน” ลู่เฉินกล่าวพลางถอนมือกลับมา
ผู้นำจวนไม่เชื่อ เขาใช้กลองศึกส่งเสียงต่อไป ทว่าซากศพยักษ์ยังคงหลับใหลอยู่ตรงนั้น
สิ่งนี้ทำให้ผู้นำจวนกระวนกระวายขึ้นมา ทั้งยังก่นด่าอย่างโมโห “เจ้าหนุ่ม เจ้าสังหารคนของจวนเหมันต์อุดร ข้าไม่สนใจได้ แต่เจ้าต้องคืนซากศพยักษ์นี้ให้ข้า!”
“ดูเหมือนว่า ซา