กศพยักษ์นี้จะมีค่ามากกว่าคนของจวนเหมันต์อุดรของเจ้า!”
“ไร้สาระ นี่เป็นสิ่งที่ข้ายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อนำมันมาจากพระราชวังสินธุเหมันต์!” ผู้นำจวนพูดด้วยความร้อนใจ
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มเย็นชา “เช่นนั้น เจ้าคิดว่าข้าจะคืนให้เจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“เพียงแค่เจ้าคืนให้ข้า ความขุ่นเคืองใจระหว่างพวกเราจะถูกลบทิ้งไปทั้งหมด เป็นอย่างไร?” ผู้นำจวนกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
ชายหนุ่มกลับส่ายศีรษะพลางคลี่ยิ้ม “ในตอนนั้นที่หอวังอัสนี ตอนที่เจ้ายั่วยุข้านั้น ข้าบอกเจ้าแล้ว ถ้าหากยังก่อความวุ่นวายกับข้า ข้าจะทำลายจวนเหมันต์อุดรของพวกเจ้าโดยไม่ไว้หน้าทั้งสิ้น!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก!”
“ตอนนี้เจ้ามีคุณสมบัติในการต่อรองอย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
ผู้นำจวนจึงพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ได้ ถึงแม้เจ้าจะควบคุมซากศพยักษ์นี้ แต่ภูเขาลูกนี้ถูกข้าควบคุมไว้แล้ว ดังนั้นถึงแม้เจ้าจะคิดออกไป ก็ต้องได้รับความยินยอมจากข้าเสียก่อน!”
ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง “ภูเขาลูกนี้เป็นศาสตราวุธซากศพชิ้นหนึ่ง ดังนั้นเมื่อเทียบกับศาสตราวุธศักสิทธิ์เก้าดาวแล้วนับว่าแข็งแกร่งกว่านัก และเจ้าสามารถควบคุมมันได้นั่นเป็นเพราะว่ามันมีกุญแจอยู่ดอกหนึ่ง และเมื่อเจ้าควบคุมกุญแจนั่น เพียงแค่เจ้าพยายามที่จะเข้าและออกจากภูเขาลูกนี้ แต่หากคิดควบคุมภูเขาลูกนี้จริง ๆ นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้!”
เมื่อผู้นำจวนได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงขึ้นมา “เหตุใ