รต่อต้านของนางก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉีฉีน้อยก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก ทว่านางก็เชื่อฟังคำสั่งของลู่เฉิน จึงหันตัวกลับไปหาชายหนุ่ม
อวิ๋นซวนซวนหยุดดูดซับและทำได้เพียงเก็บหมอกสีขาวคืนมา ก่อนนางจะจ้องมองลู่เฉินที่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะด้วยรอยยิ้ม “เจ้าวางแผนมาเองหรือ?”
“เคล็ดวิชาตอบโต้ของเจ้าก็มีจุดอ่อนเช่นกัน”
“จุดอ่อน? เจ้าประเมินข้าต่ำไป” อวิ๋นซวนซวนไม่คิดว่าการตอบโต้ของตนจะมีจุดอ่อน และยังรู้สึกว่าเขาโกหก
ลู่เฉินเพียงยิ้มบาง ๆ หลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อ “โอ้? เจ้าไม่เชื่อหรือ?”
“แน่นอน!” อวิ๋นซวนซวนพูดอย่างมั่นใจ
“เอาล่ะ นี่จะทำให้เจ้ารู้ว่าจุดอ่อนของเจ้าอยู่ที่ใด”
สิ้นคำนั้น เขาก็หยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา
“กู่ฉิน? เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจจะพึ่งพาเสียงกู่ฉินนี่ใช่ไหม?” อวิ๋นซวนซวนหัวเราะ
“ใช่”
“น่าเสียดายนัก ข้าได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาที่สามารถเพิกเฉยต่อเสียงใด ๆ ได้” อวิ๋นซวนซวนกล่าวอย่างมั่นใจ
“อ้อ? อย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอน!” อวิ๋นซวนซวนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินเริ่มบรรเลงกู่ฉิน
เสียงในตอนแรกนั้นไม่เกิดผล อวิ๋นซวนซวนจึงไม่แม้แต่จะจริงจังกับมัน ทั้งยังเอ่ยเยาะเย้ยว่า “เจ้าอยากทำให้ข้ากลัวด้วยเสียงอ่อนแอเช่นนี้หรือ?”
ชายหนุ่มยิ้ม ขณะเดียวกัน กุ่ยเจี๋ยก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังอวิ๋นซวนซวนแล้ว
อวิ๋นซวนซวนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทันใดนั้นนางก็ถูกห้อมล้อมด้วยหมอกสีขาวแล้ว ส่วนกุ่ยเจ