้องการให้เขาตายทั้งเป็น!” เมื่อผู้นำจวนคิดถึงเรื่องที่ลู่เฉินกล้าพูดว่าจะทำลายจวนเหมันต์อุดรของตนนั้น เขาจึงรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก
เมื่อฉีเหยียนเข้าใจแล้วจึงพูดขึ้นว่า “เช่นนั้น ซวนซวนผู้นี้”
“ไปเถิด นำจดหมายฉบับหนึ่งของข้าไปยังสถานที่ที่นางปิดวาจาอยู่” เมื่อผู้นำจวนพูดจบ จึงนำจดหมายฉบับหนึ่งมอบให้ฉีเหยียน
ฉีเหยียนจึงทำได้เพียงรับมาและถอยออกไป
แต่เมื่อเดินออกไปจากจวนเหมันต์อุดรแล้ว ฉีเหยียนจึงรู้สึกเสียใจ “หญิงอัปลักษณ์นั่น ดุร้ายเพียงนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดผู้นำจวนจึงต้องให้นางออกหน้า!”
แม้จะเกิดคำถาม ฉีเหยียนยังคงต้องนำจดหมายไปยังยอดเขาสูงสุดแห่งสุดท้ายยังจวนเหมันต์อุดร
ยอดเขาสูงนี้ไม่สามารถบินขึ้นไปได้ ทำได้เพียงเดินจากเชิงเขาขึ้นไปยังด้านบน อีกทั้งภูเขานี้ยังมีเส้นทางการเดินที่ยากลำบาก ทำให้ทุกย่างก้าวของฉีเหยียนนั้นจมเข้าไปในหิมะทุกครั้ง จนต้องบันดาลโทสะก่นด่าออกมาเป็นคำพูด “หญิงอัปลักษณ์ ผู้นำจวนให้ข้านำจดหมายมามอบให้เจ้า!”