ขึ้นมาทันที ต่างออกตามหาร่องรอยของลู่เฉินอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่ภายในจวนเหมันต์อุดรนั้น ฉีเหยียนมองไปยังชายชราที่นั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ตรงนั้น พลางเอ่ยขึ้นว่า “ผู้นำจวน”
“ฉีเหยียน เจ้าเป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนของจวนเหมันต์อุดร แต่ครั้งนี้ เจ้ากลับพ่ายแพ้อย่างยับเยิน และยังต้องให้ข้าออกโรงด้วยตัวเอง” ผู้นำจวนยังคงหลับตาและพูดขึ้นมาด้วยท่าทางไม่พอใจ
“ผู้นำจวน เจ้าหนุ่มผู้นั้นจัดการยากเกินไป ดังนั้น…” ฉีเหยียนรู้สึกเหงื่อตก
“ถ้าหากไม่เป็นเพราะเห็นว่าเจ้ามีความสามารถดีเช่นนี้ ข้าคงกำจัดเจ้าไปนานแล้ว!” เมื่อผู้นำจวนผู้นั้นลืมตาขึ้น แววตาดูราวกับสัตว์ร้ายพลันจ้องมองมายังฉีเหยียน
ฉีเหยียนหวาดกลัวจนตัวสั่น “ผู้นำจวน ข้า…”
“ข้าได้ออกคำสั่งไปสองสามข้อแล้ว คาดว่าหลาย ๆ ฝ่ายน่าจะตามหาเขา แต่นี่คงยังไม่พอ”
“ผู้นำจวน ท่านว่ามาเถิด ต้องการให้ข้าทำสิ่งใด” ฉีเหยียนพูดด้วยความตื่นเต้น
“ตามหาซวนซวน”
“หญิงประหลาดผู้นั้น?” เมื่อฉีเหยียนได้ยินว่ามีคนผู้นั้น สีหน้าจึงดูไม่ค่อยดีนัก
“ซวนซวน เป็นหญิงใบหน้าแปลกอันดับหนึ่งของจวนเหมันต์อุดร มีความสามารถ และหากนางลงมือ ข้าคิดว่าการจะจับเจ้าหนุ่มนั่นอาจไม่ใช่ปัญหา!” ผู้นำจวนพูดด้วยความมั่นใจ
“จับ?”
“ใช่ ข้าต้องการจับเป็น!” ผู้นำจวนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ฉีเหยียนขมวดคิ้วมุ่น “ไม่ทราบว่า เหตุใดผู้นำจวนจึงต้องการจับเป็นเขา?”
“แดนศักดิ์สิทธิ์สยบมารต้องการชีวิต และข้าต