เขาไป ขณะที่พานอวิ๋นให้ผู้อาวุโสเล่ยเป็นคนส่งพวกเขาออกไป
…
เพียงไม่นาน ลู่เฉินและคนอื่น ๆ รวมถึงสัตว์ปีศาจได้เดินออกมาจากหอวังอัสนี ผู้อาวุโสเล่ยจึงเอ่ยส่งชายหนุ่มด้วยความเคารพ “นายท่าน เช่นนั้นข้าคงส่งท่านเพียงเท่านี้”
“อย่ารีบร้อนไป”
ผู้อาวุโสเล่ยรู้สึกสงสัย “นายท่าน ท่านยังมีเรื่องใดหรือ?”
“ยื่นมือขวาออกมา!”
ผู้อาวุโสเล่ยจึงยื่นมือขวาออกไป มือนั้นดูแห้งเหี่ยว และยังมีบางจุดที่มีจุดดำอยู่มากแต่ยังมองเห็นไม่ชัดเจน
เมื่อเห็นมือขวาของผู้อาวุโสเล่ยแปลกเช่นนี้ ฟาเทียนพลันตกตะลึง “น่ากลัวนัก”
ฉีฉีน้อยพูดยังพูดว่า “มือนี้…”
“สิ่งนี้ ครั้งแรกที่ออกไปฝึกฝนนั้น ไม่ระวังจนไปสัมผัสพิษบางอย่างเข้า จากนั้นจึงเป็นเช่นนี้ แต่ไม่ส่งผลอันใดกับการฝึกฝน” ผู้อาวุโสเล่ยพูดพลางด้วยความลำบากใจ
ลู่เฉินกลับยื่นมือข้างหนึ่งไปจับ จากนั้นก็หลับตาลง
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มมองเห็นกลิ่นอายจาง ๆ กลุ่มหนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ เขาจึงรีบรวบรวมเขตแดนขึ้นมาทันทีเพื่อกักขังกลิ่นอายกลุ่มนี้ไว้ จากนั้นจึงค่อย ๆ บีบมันออกมา จนในที่สุดลู่เฉินจึงลืมตาขึ้น และจับไว้ด้วยมือเดียว
เพียงไม่นาน ทุกคนจึงได้เห็นสิ่งของบางอย่างที่ดูเลือนรางอยู่ใจกลางเขตแดนกลุ่มพลังปราณกลางฝ่ามือเขา
“มีบางสิ่งอยู่!” ฟาเทียนตะโกนขึ้น
ฉีฉีน้อยก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน
และในขณะนั้นเอง สิ่งของนั้นก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
เห็นเพียงแมลงที่ลอยอยู่ และแมลงนี้ดูเหมือนต