เสียงอันทรงพลัง
สวี่เล่ยซานมองไปยังลู่เฉินพลางหัวเราะขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เมื่อครู่เจ้าอวดดีนักไม่ใช่หรือ?”
ไม่เพียงแต่สวี่เล่ยซานเท่านั้น ฉีเหยียนที่อยู่ตรงนั้นก็หัวเราะพลางพูดว่า “เจ้าหนุ่ม ต่อหน้าท่านผู้นำ ยังไม่รีบคุกเข่าลงไปอย่างนั้นหรือ?”
คนของหอวังอัสนีคิดว่าเขาจะยอมคุกเข่าลงอย่างว่าง่าย
แต่ลู่เฉินกลับมองไปยังกลุ่มหมอกสีดำพลางยิ้มและพูดขึ้นว่า“เจ้าก็คือผู้นำของหอวังอัสนี?”
“คือข้าเอง!” เมื่ออีกฝ่ายพูดเช่นนั้นยังจงใจปล่อยกลิ่นอายออกมา และกลิ่นอายนี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้คนรอบ ๆ สัมผัสได้ถึงความน่าหวาดกลัวของเขา
สัตว์ปีศาจที่อยู่บนท้องฟ้าและพื้นดินเกิดอาการตัวสั่นสะท้านขึ้นมา
ฉีฉีน้อยก็รู้สึกเช่นกันจึงพูดออกมาว่า “ศิษย์พี่ เขามีความแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย”
ลู่เฉินก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย ทว่าเขาเพียงกล่าวถามอีกฝ่าย “เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณ เจ้าเป็นผู้มอบมันให้แก่ผู้อาวุโสเล่ยหรือ?”
“ใช่ เพียงแค่คิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทรยศหอวังอัสนีได้!” อีกฝ่ายมีน้ำเสียงโมโหขึ้นมาเล็กน้อย
ลู่เฉินยิ้มพลางพูดขึ้นมา “เขาไม่ได้ทรยศ เพียงแค่ข้าทำให้เขาเชื่อฟังข้าเท่านั้น!”
“เช่นนั้นต่างอันใดกับการทรยศกันเล่า?”
“เพราะข้าก็สามารถใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณได้!” คำพูดของลู่เฉินทำให้คนในบริเวณนั้นตกตะลึงขึ้นมา โดยเฉพาะผู้อาวุโสเล่ย
แต่ผู้อาวุโสใหญ่ได้สติกลับมาก่อน “เจ้าหนุ่ม เจ้าพูดตลกอยู่ห