ากผู้ใดพบร่องรอยของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ห้าดาวนี้ ก็จะกลายเป็นศิษย์ยอดฝีมือแห่งจวนเหมันต์อุดร ถ้าหากสามารถจับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ห้าดาวได้และมอบให้จวนเหมันต์อุดร ก็จะกลายเป็นศิษย์ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำจวน!”
เมื่อฟาเทียนได้ยิน จึงพูดด้วยความดูถูกขึ้นมาทันที “ใครสนกัน!”
เถ้าแก่ตาเดียวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา “หลวงจีน แม้เจ้าจะไม่ชอบ แต่ก็มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก และตอนนี้ก็มียอดฝีมือจากหลายที่มากมายที่กำลังตามหาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ห้าดาวนั่น”
ฟาเทียนไม่สนใจ ส่วนลู่เฉินกลับยิ้มพลางมองอีกฝ่าย “ดูท่าทางของเจ้าแล้ว ดูเหมือนจะรู้บางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้าง”
“ถึงแม้หอหมื่นสรรพสิ่งจะพอรู้เรื่องอยู่บ้าง แต่ถ้าหากไม่จับ ก็จะง่ายต่อการถูกกองกำลังอื่นค้นพบได้ ดังนั้นจึงต้องมองหาความช่วยเหลือจากคนที่เชื่อถือได้” เถ้าแก่ตาเดียวยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ดูเหมือนว่าเจ้าคิดจะให้ข้าช่วย?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเถ้าแก่ตาเดียวผู้นี้
“ก็หมายความเช่นนั้น” เถ้าแก่ตาเดียวยิ้มด้วยความลำบากใจ
“เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะครอบครองสัตว์วิญญาณนี้เสียเองหรือ? หรืออาจจะถูกข้าสังหารได้?” ลู่เฉินมองเถ้าแก่ตาเดียวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเถ้าแก่ตาเดียวได้ยินก็รู้สึกยินดีขึ้นมา “ถูกเจ้าสังหาร หรือถูกเจ้าครอบครองไว้เสียเอง เช่นนั้นย่อมดีกว่าถูกจวนเหมันต์อุดรหรือกองกำลังอื่นได้รับไปมิเช่นหรือ?”
“โอ้? เหตุใดจึงพูดเช่นนั้น?”
เถ้าแก่ตาเดียวถอนหาย